ี่ตึงเครียกจึงค่อยๆ ผ่อนคลาย หากอยู่แค่รอบนอก มันใจว่าพวกเขาจะไม่เจออันตรายถึงชีวิตอะไร
“เฟิ่งจิ่ว? เฟิ่งจิ่ว?” ซ่งหมิงขานเรียกสองสามครั้ง เห็นท่าทางเขาหนักใจเล็กน้อย คล้ายกำลังคิดอะไรบางอย่าง
“หือ?” เธอได้สติกลับมาและมองไปทางเขา ถามว่า “มีอะไร?”
“ข้าเพิ่งถามไปว่าเจ้ามีเรื่องอะไร? ทำไมมานั่งนิ่งตรงนี้? เจ้าไม่เป็นอะไรกระมัง? กำลังคิดอะไรถึงเหม่อลอยเพียงนั้น?” ซ่งหมิงเอ่ยถาม หากไม่เห็นว่าเขาไม่มีแผลตามร่างกายก็นึกว่าเขาบาดเจ็บเสียอีก!
เธอส่ายหน้าเอ่ยว่า “ไม่เป็นไร ข้ากำลังคิดว่ากลับไปรวมตัวตรงที่พวกเราเคยวางเขตอาคมไว้เถอะ! ช่วงนี้พวกเจ้าฝึกวิชากันมาประมาณหนึ่งแล้ว รอบในอันตรายเกินไปสำหรับพวกเจ้าที่มีพละกำลังแค่ระดับสร้างรากฐาน ไปพัฒนากำลังกันที่นั่นก่อน”
พวกเขาได้ยินคำพูดนี้ก็ผงะไป ถามว่า “หมายความว่าพวกเราจะไปเข้าไปรอบในหรือ?”
“ด้วยกำลังของพวกเจ้าตอนนี้ไม่เหมาะจะเข้าไป อันตรายเกินไป ทุกอย่างรอพวกเจ้าบรรลุระดับหลอมแก่นพลังค่อยว่ากันเถอะ!” เธอมองพวกเขาสี่คน กล่าวต่อไปว่า “อย่าว่าข้าจะพาพวกเจ้าไปแค่ปีเดียว เดาว่าพวกเจ้าฝึกบำเพ็ญบรรลุขั้นภายในเขตอาคม ถึงเวลากลับไปก็ได้ประมาณหนึ่ง”
พวกเขาได้ยินเช่นนี้ก็เงียบไป ใช่! เฟิ่งจิ่วไม่พูดพวกเขาก็ลืมเวลาหนึ่งปีที่เขาบอกไว้ไปเสียสนิท ตั้งแต่เดินทางจากบ้านของพวกเขามาถึงที่นี่ผ่านไปสองสามเดือนแล้ว พริบตาเดียวเวลาผ่านไปไวจริงๆ
นึกถึงว่าเวลาหนึ่งปีมา