นไปซ่อนในหน้าเสื้อของเขาและโผล่หัวเล็กๆ ออกมา
“ลูก ลูก”
เจ้าตัวน้อยพูดเลียนแบบ เพียงจ้องมองนกอินทรีพลางพูดคำคำนี้ เฟิ่งจิ่วกับหนิงหลางสองคนฟังเสียจนหลุดหัวเราะออกมา
“เจ้าให้กำเนิดเจ้าตัวน้อยนี่หรือ? ไม่ใช่กระมัง? เจ้าดูสิ มันเรียกเจ้าว่าลูกด้วย” เธอเอ่ยถึงตรงนี้ ยังกลั้นขำได้ไม่ไหวสักเท่าไร
หนิงหลางสีหน้าระรื่น ลูบเจ้าตัวเล็กที่มาหลบในอ้อมอกตนเอง สุขใจเสียจนดวงตาหรี่กลายเป็นเส้น “เจ้าเด็กคนนี้นับว่ามีจิตสำนึก ไม่เสียแรงที่ข้าลำบากปกป้องเจ้ามาตลอดทาง น่ารักจริงๆ”
“น่ารักจริงๆ น่ารักจริงๆ” มันคลอเคลียเสื้อผ้าของหนิงหลาง พร้อมเอ่ยอย่างเริงร่า
มีเพียงนกอินทรีตกตะลึง เห็นเจ้าตัวน้อยไม่ยอมรับมันอย่างสิ้นเชิง แต่ไปหลบในอ้อมแขนของเจ้าเด็กอ้วน ก็นิ่งอึ้งไปทันควันและไม่ตอบโต้อะไร
“เจ้าจะทำอย่างไร? เช่นนั้นก็ติดตามหนิงหลางไปเถอะ! เจ้าเห็นแล้วนี่ เจ้าตัวเล็กออกมาและจิกนิ้วมือและทำสัญญากับเขาเสียเอง มันทำสัญญาด้วยตนเอง ตอนนี้ความสัมพันธ์เป็นเช่นนี้ ถึงเจ้าไม่อยากก็ต้องยอมรับ” เฟิ่งจิ่วกล่าวไป แล้วมองเป็นนัยไปทางหนิงหลาง
หนิงหลางรู้ดีจึงรีบร้อนเอ่ยว่า “ใช่! เช่นนั้นเจ้าติดตามข้าไปแล้วกัน! เจ้าจะได้ปกป้องมันด้วย! ข้าว่ามันเพิ่งเกิดยังอ่อนแอเกินไป อีกอย่างกำลังของข้าก็ไม่อ่อนด้อย หากเจออสูรศักดิ์สิทธิ์อีกข้าอาจไม่รอด ปกป้องมันและปกป้องข้าด้วย เป็นอย่างไร? ข้าจะดูแลอาหารการกินเจ้าเอง”
เฟิ่งจิ่วได้ย