ปลงผักเหล่านั้น เขาไปดูมาด้วยตัวเองแล้ว มีหลายอย่างที่ไม่มีในแปลงผักของคนอื่น
วิธีการเพาะปลูกก็แปลกใหม่อย่างยิ่ง เขาได้ยินเสียงร้องด้วยความเบิกบานใจของพืชผลเหล่านั้นอย่างชัดเจน
[ฮ่า ๆๆ…โตเร็ว โตเร็ว เติบโตเร็ววัน!]
[ข้าจะโตขึ้นอีก!]
[ดื่มน้ำกินข้าว ข้าจะโตให้ยิ่งกว่านี้!]
[ข้าสูงที่สุดแล้ว พอจูต้าเหนียงมาเห็นจะต้องดีใจมากแน่นอน]
[ข้า ข้า ข้า จูต้าเหนียงชอบข้าที่สุด!]
……
สำหรับพืชผักเหล่านี้ ใครปลูกพวกมัน ดูแลพวกมันอย่างเอาใจใส่ คนผู้นั้นก็คือ ‘มารดาคนที่สอง’ ของพวกมัน
เพราะ ‘มารดาคนแรก’ ก็คือผืนดิน
“จริง ๆ นะ จูต้าเหนียง ข้าคิดว่าท่านควรซื้อที่ดินเพิ่มสักหลายหมู่ ท่านดูสิท่านเพาะปลูกได้เก่งกาจเช่นนี้ ถ้าไม่ซื้อที่ดินเพิ่มเยอะ ๆ ก็น่าเสียดายแย่” เขาโน้มน้าวจากใจจริง ทั้งยังบอกนางว่าบริเวณไหนจึงเป็นที่ดินอันอุดมสมบูรณ์
ขอเพียงซื้อที่ดินเหล่านั้น นางจะเพาะปลูกอย่างไรล้วนได้ผลงอกงามทั้งนั้น
เย่อวี๋หรานหัวเราะเบา ๆ “ฮ่า ๆๆ…ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าเจ้ากระตือรือร้นเรื่องการเพาะปลูกกว่าข้าอีกนะ? เจ้านี่ช่างเข้ากับคำกล่าวที่ว่าคนยืนพูดย่อมไม่เมื่อยเอว*[1]เสียจริง รู้หรือไม่ว่าการเพาะปลูกลำบากขนาดไหน?”
กานอี้เซียนกล่าวด้วยสีหน้าจืดเจื่อน “แม้การเพาะปลูกจะเหนื่อยยาก แต่ก็ได้ผลผลิตดีนี่นา”
เขาย่อมไม่อาจบอกว่า เขาเป็นเทพเซียนคนหนึ่ง ไม่เคยเพาะปลูกมาก่อน
มนุษย์เพาะปลูกจะเหนื่อยยากหรือไม่ ไม่ใช่เรื่อง