มองเขา “คนเจ็บไม่ใช่เจ้า ต้องพูดเช่นนี้แน่นอน” บาดเจ็บถึงในท้อง แม้ไม่ถึงชีวิตแต่แค่ขยับก็เจ็บเจียนตาย
“ใช่ ครั้งหน้าอย่ามายุ่งเรื่องเช่นนี้จะดีกว่า ไม่แน่พวกเราช่วยคน สุดท้ายยังโดนคนพวกนั้นฆ่า โลกนี้สิ่งที่ไม่ขาดที่สุดคือคนไม่รู้คุณ”
ลั่วเฟยเอ่ยขึ้นมาบ้าง มองออกว่าคนพวกนั้นแต่ละคนไม่รู้สึกซาบซึ้ง คนไม่ชอบใจก็มี เดาว่าหากผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณไม่ห้ามปราม พวกเขาคงลงมือไปนานแล้ว
“วางใจได้ พวกเขาไม่กล้าสู้หรอก ฤทธิ์ยาในร่างของพวกเขายังฟื้นคืนกลับมาไม่ได้สักพัก ดังนั้นพวกเราจึงปลอดภัย” หนิงหลางกล่าวจบก็มองเฟิ่งจิ่ว “เฟิ่งจิ่ว พวกเราบาดเจ็บกันหมด จะหาที่พักสักสองสามวันหรือไม่? แผลตรงท้องต้วนเยี่ยหนักไม่เบา หากเดินทางไปต่อเช่นนี้คงไม่ดี บาดแผลจะฉีกได้ง่ายมาก”
“อืม พักกันที่นี่เถอะ! ต้วนเยี่ยพักผ่อนตรงนี้ อสูรกลืนเมฆาเฝ้าเขาไว้ พวกเจ้าสามคนตามข้ามา วันนี้พวกเจ้าต้องวางค่ายกล พวกเจ้าสามคนร่วมมือกันวางเขตอาคมตรงนี้ สองสามวันนี้ก็พยายามไม่สู้ รักษาแผลตามร่างกายให้ดีก่อน”
“ค่ายกลกับเขตอาคม? พวกเราเข้าใจเรื่องพวกนี้เพียงผิวเผิน!”
“เพราะพวกเจ้าเข้าใจเพียงผิวเผิน ดังนั้นจึงต้องเรียนรู้ หรือว่าพวกเจ้ารับประกันได้ ว่าจากนี้ไปจะไม่ติดกับในค่ายกลหรือเขตอาคม?” เธอเลิกคิ้วมองพวกเขาพลางเอ่ยไป
ได้ยินเขากล่าวเช่นนี้ พวกเขาจำใจเดินตามเขาไปรอบๆ เพื่อเรียนวางค่ายกลและเขตอาคม…
เช้าตรู่สามวันให้หลัง
“แกะผ้