ให้พวกเราไม่ปล้นคนอื่น คนพวกนั้นก็จะมาปล้นเรา ไม่คุ้มสักเท่าไร”
เฟิ่งจิ่วได้ยินพวกเขาคุยกันอยู่ตรงนั้นก็ยิ้มๆ “ไปกันเถอะ! ถึงอย่างไรก็ยังว่าง พวกเราดูอยู่ไกลๆ ก็ได้ ไม่ต้องเข้าไปยุ่ง พวกเจ้าจะได้สังเกตการณ์วิธีการต่อสู้ของคนอื่น และได้รับประสบการณ์จากมันด้วย”
คนอื่นๆ เห็นเฟิ่งจิ่วพูดเช่นนี้ย่อมไม่คัดค้าน หลังจากกินอาหารเสร็จก็ตามเสียงนั้นไปโดยไม่เข้าไปใกล้เกิน แต่เก็บงำกลิ่นอายกระโดดขึ้นต้นไม้ อาศัยใบไม้เขียวชอุ่มเฝ้ามอง
“ฮ่าๆๆๆ! ผู้ชายฆ่าให้หมด ผู้หญิงจับกลับไป!”
กลุ่มผู้ฝึกวิชามารประมาณสามสิบกว่าคนกำลังปิดล้อมกลุ่มผู้ออกมาฝึกฝนของตระกูลที่มีทั้งชาย หญิง เด็ก และผู้ใหญ่ยี่สิบกว่าคนไว้ตรงกลาง พวกเขาสังเกตได้ว่าคนที่โดนล้อมพวกนั้นพลังไม่อ่อนด้อย แต่ยามนี้พวกเขาแต่ละคนฝีเท้าอ่อนแรง ไม่มีกำลังต่อสู้อย่างเห็นได้ชัด ทำเพียงกัดฟันแน่นฝืนต้านทานอยู่ตรงนั้น
หากไม่ใช่เพราะผู้แข็งแกร่งระดับกำเนิดวิญญาณในกองกำลังของตระกูลและระดับหลอมแก่นพลังแปดคนกำลังต้านรับไว้ เดาว่าคงโดนผู้ฝึกวิชามารพวกนั้นกำจัดทิ้งนานแล้ว
“พลังของผู้ฝึกวิชามารพวกนั้นไม่แข็งแกร่ง นอกจากระดับสร้างรากฐาน มีระดับหลอมแก่นพลังแค่เจ็ดคน ในนั้นเป็นขั้นสูงสุดสองคน กำลังต่อสู้เช่นนี้หากไม่ใช่เพราะพวกเขาใช้อุบายชั่วช้าคงโดนคนของตระกูลฆ่าไปแล้ว”
ลั่วเฟยจ้องพินิจกลุ่มคนตรงหน้า พลางกดเสียงต่ำพูดกับพรรคพวก
“อุบายชั่วช้าก็เป็นฝีมือ ชัดเจน