หน้าเด็กน้อยเรียบเฉย ไม่ขมวดคิ้วหรือมีสีหน้าทรมาน เขาไม่เคี้ยวเหมือนลั่วเฟยแต่กลืนลงไปทันที
ต้วนเยี่ยเห็นทั้งสองคนจ้องมองตนเองตลอด จึงปั้นหน้าอ่อนวัยคล้ายซาลาเปา เอ่ยอย่างแข็งทื่อว่า “ก็อร่อยดี”
“อร่อยจริงหรือ?” ทั้งสองอดไม่ได้ที่จะตะลึง คาดไม่ถึงเล็กน้อย
“อืม อร่อยจริงๆ” ต้วนเยี่ยพยักหน้าบอกอีกครั้ง
“พวกเจ้าอย่าจ้องอาหารในมือพวกเราสิ มองไปเราก็ไม่แบ่งให้พวกเจ้ากินหรอก” ลั่วเฟยกล่าวพลางขยับกล่องมากอดไว้ในอ้อมแขน กันออกจากสองคนนี้ด้วยท่าทางเหมือนกันขโมย
เมื่อสองคนที่เดิมทียังสงสัยเห็นก็ใจเต้นเบาๆ ทันใด อร่อยจริงหรือ พวกเขาต้องชิมบ้างหรือไม่?
“คือว่า พวกเจ้าให้พวกเราชิมบ้างได้หรือไม่? พวกเราแค่จะลองสักหน่อย” หนิงหลางฉีกยิ้มและถามหยั่งเชิง
“อย่าแม้แต่จะคิด ไม่เห็นหรือว่ามีแค่สิบตัว? พวกเรากินเองยังไม่พอเลย หนำซ้ำเฟิ่งจิ่วบอกแล้ว นี่เป็นอาหารบำรุง ข้าไม่ให้พวกเจ้าได้ประโยชน์หรอก” ลั่วเฟยเอ่ยพลางปกป้องกล่องในอ้อมแขน
ซ่งหมิงเห็นเช่นนี้ก็ดวงตาเป็นประกาย เอ่ยว่า “พวกเราจะลองสักตัว แค่กินของพวกเจ้าคนละตัว” เดิมทีเขาไม่สนใจ ถึงขั้นสะอิดสะเอียนด้วยซ้ำ แต่เห็นคนทั้งสองกินอย่างออกรสออกชาติเช่นนี้ ภายในกล่องมีแค่สิบตัวก็จริง แต่ตอนนี้เหลือไม่กี่ตัวแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงร้อนใจเล็กน้อย
ต้วนเยี่ยเห็นทั้งสองเป็นเช่นนี้ ใบหน้าเด็กน้อยไร้อารมณ์ ทำเพียงชำเลืองมองพวกเขา แล้วยื่นมือหยิบตัวหนึ่งมาแกะหัวหางใส