เจ้าเพิ่งกินไปคนละตัว ถือว่าโชคดีแล้ว” ลั่วเฟยฉีกยิ้ม แล้วหยิบกระเป๋าเก็บน้ำจากในห้วงมิติมาล้างปาก
หนิงหลางกับซ่งหมิงสองคนมองพวกเขาอย่างหมดคำจะพูด เจ้าขี้แกล้งสองคนนี้ หากไม่เห็นพวกเขากินกันอย่างเอร็ดอร่อย ทำท่าทางหวนนึกถึงรสชาติ พวกเขาคงไม่ติดกับหรอก
ใครจะไปรู้ รสชาติกลืนลงยากเช่นนั้น พวกเขากินเสียเหมือนอาหารรสเลิศได้อย่างไร?
“เอาละๆ พวกเจ้าว่ามาหน่อยซิ พวกเจ้าให้ผลึกอสูรที่ได้มาไปหมดแล้ว? นึกไม่ถึงจริงๆ! ภายในสิบวันพวกเจ้าหาผลึกอสูรมาได้มากเพียงนั้นเชียว”
ลั่วเฟยมองพวกเขาสองคนด้วยความประหลาดใจซึ่งยากจะปิดบัง ว่ากันตามจริง เขาไม่คิดว่าพวกนี้จะได้ผลึกอสูรมามากเท่านี้ หนำซ้ำยังนำออกมาหมด หากพวกเขารู้จักเก็บไว้บ้าง พวกตนสองคนก็คงไม่แพ้
“ใช่ เจ้านึกว่ากำลังของพวกเราด้อยกว่าพวกเจ้าหรือไร?” หนิงหลางแค่นเสียงหยันเบาๆ ในใจแอบภูมิใจ
พวกเขามองหน้ากันยิ้มๆ ไม่เอ่ยปากอะไรอีก แต่ไปพักผ่อนในบ้านไม้น้อยซอมซ่อ และจัดการบาดแผลตามร่างกาย
พลบค่ำ เฟิ่งจิ่วให้พวกเขาพักผ่อนสองวัน รักษาแผลให้หายค่อยว่ากันอีกที ตกกลางคืนพวกเขาจึงย่างเนื้อและเตรียมสุรา ก่อนจะเรียกเฟิ่งจิ่วออกมากิน หลังพักกันไปสองวัน บาดแผลส่วนใหญ่ก็ฟื้นตัวประมาณหนึ่งแล้ว
เพราะบนร่างพวกเขาส่วนมากเป็นแผลเพียงผิวเนื้อ อีกทั้งยังมียาที่เฟิ่งจิ่วให้พวกเขามา สองวันก็ตกสะเก็ดหมดแล้ว สองวันผ่านไปพวกเขาจึงออกไปข้างนอกอีกครั้ง กระทั่งสิบวันให้หลังก