ี่เหลี่ยมผืนผ้าจากในห้วงมิติออกมาให้พวกเขา เอ่ยว่า “กินของในนี้ให้หมด นี่เป็นบทลงโทษสำหรับพวกเจ้า”
“อะ อะไรนะ? แค่กินอาหารหรือ” ทั้งสองคนอึ้งไปเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้ กินอาหารนับเป็นบทลงโทษเสียที่ไหน ทว่าลางสังหรณ์ไม่ดีกลับยิ่งรุนแรงมากขึ้น
ด้วยความสามารถของเฟิ่งจิ่ว พวกเขาพ่ายแพ้จะให้กินอะไรดีๆ ได้อย่างไร?
“เปิดกล่องออกเร็วเข้า ดูซิว่าเป็นของดีอะไร” หนิงหลางปลุกปั่นอยู่ข้างๆ ด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็น อันที่จริงในใจคิดว่าไม่น่าเป็นของดีอะไร ในเมื่อไม่ใช่ของดี เช่นนั้นจะเป็นอะไรได้?
“รับไปสิ!”
เฟิ่งจิ่วยื่นไปให้ เผยรอยยิ้มเอ่ยว่า “เมื่อเช้าข้าออกไปหามาให้พวกเจ้าตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเลย”
คนทั้งสองจำใจรับมา เพียงเปิดออกดูก็ตกใจจนแทบจะทิ้งมันลงพื้น
“มะ มะ มะ… แมลง!”
แม้แต่ซ่งหมิงกับหนิงหลางสองคนข้างๆ ยังสะดุ้งโหยง เบิกตาจ้องข้างในกล่อง มีแมลงตัวใหญ่สีขาวขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือกำลังดิ้นขยุกขยิก…
“ขะ ของพรรค์นี้กินได้หรือ น่าขยะแขยงเหลือเกิน”
อีกสองคนมองต้วนเยี่ยกับลั่วเฟยด้วยความเห็นใจทันที คิดว่าหากพวกนั้นกินสิ่งนี้ลงไปได้จริงๆ ความอดทนของจิตใจก็แข็งแกร่งเกินไป แค่เห็นแมลงตัวใหญ่สีขาวกำลังดิ้นอยู่ข้างในก็รู้สึกคลื่นไส้ใกล้จะอาเจียนแล้ว
ต้องรู้ว่าพวกเขาล้วนเกิดจากตระกูลสูงศักดิ์ มื้อไหนบ้างที่ไม่ใช่อาหารชั้นเลิศอันโอชะ? ให้พวกเขากินสิ่งนี้หรือ? จะน่ากลัวเกินไปแล้ว
“กินไปเถอะ! วางใจได้ ไม่มี