ู่บนต้นไม้ ใบไม้ที่เจริญงอกงามบดบังร่างขาวราวหิมะของมันไว้ มันมองคนทั้งสองมุ่งเข้าไปในป่า นิ่งไปพักหนึ่ง ถึงจะเปลี่ยนทิศทาง พุ่งไปยังอีกทิศหนึ่งที่ต้วนเยี่ยกับลั่วเฟยสองคนอยู่
เมื่อมันหาต้วนเยี่ยกับลั่วเฟยพบก็นั่งมองอยู่บริเวณไม่ไกล เห็นพวกเขากำลังสู้กับผู้ฝึกวิชามารสองสามคนในป่า กำลังต่อสู้ของต้วนเยี่ยนับว่าไม่เป็นสองรองใครในหมู่พวกเขา ลั่วเฟยก็มีแผนร้ายมากมาย สองคนร่วมมือกัน ไม่ทันไรก็สังหารผู้ฝึกวิชามารหลายคนได้ รู้สึกว่าก่อนไปพวกเขายังใช้ไฟเผาศพพวกนั้นเพื่อทำลายร่องรอยด้วย
มันตามหลังพวกเขาไป เห็นว่าหลังจากพวกเขาเดินไปข้างหน้าอีกหน่อย มองซ้ายขวาเห็นว่าไม่มีใครจึงค่อยหยิบสินสงครามมาแบ่งและนับกัน
“ว้าว! ผู้ฝึกวิชามารพวกนี้มีข้าวของไม่น้อยเลย! เจ้าดูสิ แค่ผลึกอสูรจากบนตัวของพวกเขาก็ได้มาสองร้อยกว่าก้อนแล้ว เห็นได้เลยว่าพวกเขาปล้นคนมามาก”
ลั่วเฟยมีสีหน้าตื่นเต้น กล่าวว่า “สิบวันอย่างต่ำหนึ่งร้อยก้อน ข้าว่าพวกหนิงหลางไม่ได้มากไปกว่าพวกเราแน่ๆ เอาเช่นนี้แล้วกัน! ถึงเวลานั้นให้ดูว่าพวกเขานำออกมาเท่าไร พวกเราแค่หยิบให้มากกว่าพวกเขานิดหน่อยเป็นพอ อย่างไรเสียขอแค่ชนะ ผลึกอสูรของพวกเขาก็จะเป็นของพวกเรา ส่วนที่เหลือ แหะ เก็บไว้ครั้งหน้า เช่นนี้พวกเราจะชนะพวกเขาได้ทุกครั้ง”
ต้วนเยี่ยได้ยินเช่นนี้ก็เหลือบมองเขา “เจ้ารู้หรือว่าผลึกอสูรของพวกเขาน้อยกว่าพวกเรา? ผลึกอสูรของพวกเขาอาจเยอะเหมือนกันก