างกลุ่มคนตรงหน้า ประกายจางๆ ลอยผ่านในดวงตา
“ช่วยด้วย! ข้าโดนปล้น! ช่วยข้าด้วย…”
เธอตะโกนอย่างตื่นกลัวพลางวิ่งไปหาผู้ฝึกวิชามารพวกนั้น โดยหันกลับไปมองผู้ฝึกตนสองสามคนด้านหลังด้วยความเสียขวัญอยู่บ่อยครั้ง
เหล่าผู้ฝึกวิชามารได้ยินคำพูดของเฟิ่งจิ่ว สายตาก็หยุดมองเหล่าผู้ฝึกตนด้านหลังโดยไม่รู้ตัว และเห็นว่าคนหนึ่งในนั้นเป็นผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณ สามคนเป็นผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลัง และมีอีกคนถูกสามคนประคองวิ่งมา ดูไปแล้วร่างกายค่อนข้างอ่อนแอ
เหล่าผู้ฝึกวิชามารเห็นคนพวกนี้ก็ยิ้มเย็น “จับพวกเขา!” เมื่อสิ้นเสียง ทุกคนพุ่งเข้าไป
“ขวางมันไว้! เจ้าหนูนั่นขโมยถุงฟ้าดินของพวกเราไป!” ผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังด้านหลังกำลังตะโกนอย่างฉุนจัด แต่เมื่อเห็นชัดเจนว่าคนพวกนั้นเป็นผู้ฝึกวิชามาร สีหน้าก็พลันเปลี่ยนไป
“แย่แล้ว! เป็นผู้ฝึกวิชามาร! หนีเร็ว!”
ชายวัยกลางคนร่างผอมที่มีสองสามคนช่วยประคองตะโกนขึ้นมา พลางคว้าผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังคนหนึ่งในนั้นหมายจะให้เขาพาตนเองออกไปเดี๋ยวนี้ “หนีเร็วเข้า! ไม่ต้องเอาถุงฟ้าดินแล้ว จะตกอยู่ในเงื้อมมือของผู้ฝึกวิชามารไม่ได้!”
ขณะที่ระดับหลอมแก่นพลังคนนั้นขานรับและจะพาเขาหนีไป ก็เห็นร่างสีแดงตรงหน้าที่วิ่งด้วยฝีเท้าประหลาดพุ่งผ่านข้างกายผู้ฝึกวิชามารพวกนั้นไปอย่างขวัญกล้าเทียมฟ้า วนรอบพวกเขารอบหนึ่ง และเก็บถุงฟ้าดินบนตัวไปจนหมด จากนั้นจึงจากไปอย่างสง่าผ่าเผย…
ภาพเช