่นนี้ไม่ใช่เพียงพวกเขาที่อึ้งไป แม้แต่ดาบและกระบี่ที่ผู้ฝึกวิชามารซึ่งกำลังพุ่งเข้ามายกขึ้นกวัดแกว่งยังตะลึงงันนิ่งค้างอยู่กลางอากาศ เนิ่นนานยังไม่ร่วงลงมา จนกระทั่งพวกเขาก้มหน้ามอง ถุงฟ้าดินเก็บสมบัติข้างเอวก็หายไปแล้ว
“สมควรตาย! เจ้าเด็กนั่นขโมยถุงฟ้าดินของพวกเรา!”
“สารเลว! หันมาเล่นลูกไม้กับพวกเราเสียได้! รนหาที่ตายนัก!”
“จับมันมา!”
“ฆ่ามันเสีย!”
ทันใดนั้น เสียงของผู้ฝึกวิชามารพวกนั้นดังขึ้นเดี๋ยวสูงเดี๋ยวต่ำ เวลานี้ทุกคนที่เดิมทีพุ่งไปหากลุ่มผู้ฝึกตนจ้องมองร่างสีแดงที่วิ่งผ่านกลางวงพวกเขาไปไกล แต่ละคนตาแดงก่ำไล่ตามไป
“คืนถุงฟ้าดินของพวกเรามา!”
“คืนสมบัติของพวกเรามาเสีย!”
“เจ้าเด็กบ้า! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
ผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณด้านหลัง รวมถึงผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังสามคนและชายวัยกลางคนต่างนิ่งอยู่ที่เดิม ผ่านไปสักพักถึงจะได้สติกลับมา เห็นว่าผู้ฝึกวิชามารตั้งมากมายข้างหน้าไล่ตามเด็กหนุ่มชุดแดงไป ในที่สุดพวกเขาก็ยิ้มขึ้นมาอย่างยินดีในความโชคร้ายของผู้อื่น
“ข้าอยากเห็นนักว่าครั้งนี้มันจะหนีไปไหนได้!”
“ใจกล้าเสียจริง! ในหมู่ผู้ฝึกวิชามารพวกนี้มีสองคนเป็นระดับกำเนิดวิญญาณ กลับกล้าใช้อุบายกับพวกเขา รนหาที่ตายชัดๆ”
“ตามไป! พวกเราตามต่อเถอะ! ข้าไม่เชื่อหรอกว่ามันจะหนีไปได้ภายใต้สายตาคนมากมายเพียงนี้!”
คนพวกนั้นตะโกนกราดเกรี้ยว แล้วจึงไล่ตามร่างสีแดงไปติดๆ สิ่งที่แตกต่างกันคือด้านหน้าพ