ยู่ในกำมือพวกเราถึงจะทำให้พวกมันตายทั้งเป็นได้!”
ชายฉกรรจ์สองคนนั่งคุยกันใต้ต้นไม้ หนึ่งคนในนั้นสีหน้าถมึงทึง ครั้นเอ่ยถึงพวกเฟิ่งจิ่ว ทั่วร่างก็เต็มไปด้วยไอสังหารน่ากลัว
พวกเขาออกมาเดินทางนานเพียงนี้ ตกอยู่ในเงื้อมมือคนอื่นนั้นเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ไม่นึกว่าจะตกอยู่ในเงื้อมมือเจ้าเด็กพวกนั้น แค่นึกถึงข้อนี้ใจก็อัดอั้นไม่อาจระบายได้
“พวกเขาเดินไปไม่ไกล น่าจะอยู่ละแวกนี้ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเวลาเกือบเดือนจะหาคนพวกนั้นไม่พบ!” เขากำหมัดแน่นด้วยแววตาเคร่งเครียด “ขอแค่ตกอยู่ในกำมือข้า ข้าจะทำให้พวกเขารู้ว่าความตายล้วนเป็นความเพ้อฝันอย่างหนึ่ง!”
“พี่ใหญ่วางใจเถอะ ข้าจะให้พี่น้องทั้งหลายคอยสังเกตและสืบถามมาให้มาก” ชายฉกรรจ์อีกคนเอ่ย แล้วสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันควัน
ผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังขั้นสูงสุดเห็นสีหน้าเขาไม่ปกตินัก จึงถามว่า “เป็นอะไรไป?”
ชายฉกรรจ์ไม่พูดอะไร แต่เอนกายลงนอนตะแคงบนพื้นแล้วฟังอย่างละเอียด ไม่นานนักก็ลุกขึ้นมาบอกว่า “พี่ใหญ่ ไม่ปกติเท่าไร เหมือนมีอะไรกำลังตรงมาทางนี้ ห่างจากที่นี่ไปไกลสักหน่อย ข้าฟังเสียงแล้วเดาว่าคงไกลสักสองลี้ แต่ว่ารวดเร็วมาก”
“ตรงมาที่นี่? เป็นอะไร สัตว์ร้ายหรือ” ผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังขั้นสูงสุดถาม
“มีเสียงฝีเท้าคนวิ่ง และมีเสียงกระแทกหนักๆ ระยะห่างไกลเกินไปจึงได้ยินเพียงเสียงพวกนี้ แยกไม่ออกว่าสิ่งที่ทำให้เกิดเสียงกระแทกคืออะไร” ชายฉกรรจ์กล่าวด้วยสีหน้