บแทบขาดใจไม่ไหวจึงสิ้นใจไป
“ซี๊ด! เจ้าอ้วน ได้เลย!” ลั่วเฟยดวงตาเป็นประกาย เอ่ยอย่างตะลึงเล็กน้อย “นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะเรียนรู้วิชาตีวัวข้ามภูเขา ศิลปะประจำตระกูลของเจ้าได้ชำนาญแล้ว?”
หนิงหลางถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วเก็บมือหันกลับไปถลึงมองลั่วเฟย “บอกว่าอย่าเรียกข้าเจ้าอ้วน ตอนนี้เป็นช่วงที่ร่างกายกำลังเติบโต อีกหน่อยก็ผอม”
“เอาล่ะ! ไปต่อเถอะ! อาศัยตอนพวกเขาชุลมุนปลดชีพพวกเขาเสีย!” ซ่งหมิงตะโกน ร่างกายพุ่งออกไปอีกครั้ง เกาทัณฑ์แขนเสื้อในมือก็โจมตีออกไปภายใต้การรวมพลังจากกระบี่คมในมือขวา
บนต้นไม้ทางนั้นเฟิ่งจิ่วที่เห็นภาพเช่นนี้ถอนหายใจออกมาเบาๆ แม้สี่คนนี้ล้วนอายุสิบกว่า แต่ทุกคนต่างมีความสามารถป้องกันตัว วันนี้เห็นกำลังต่อสู้ของพวกเขาก็พอใจอย่างยิ่ง
ผู้ฝึกตนไร้สำนักระดับหลอมแก่นพลังคนที่เหลือเห็นสถานการณ์ไม่ดีจึงตั้งใจจะหนีเอาตัวรอด เห็นเด็กหนุ่มพวกนี้ลงมืออย่างร้ายกาจ ทักษะต่อสู้กับของวิเศษใดๆ ล้วนมี ก็รู้แล้วว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะฆ่าหรือเก็บสิ่งของติดตัวพวกเขา โดยเฉพาะเมื่อคนของพวกเขาเหลือไม่กี่คน ยิ่งจะอยู่ต่อไปไม่ได้
เขาถอยหลังไปทีละก้าวๆ คิดจะหนีออกไป ทว่าทันทีที่เขาหมุนตัวจะหนีไปเพียงได้ยินเสียงคำรามดังขึ้น ร่างขาวกลมพุ่งผ่านไปทันใด อสูรสัตว์เลี้ยงตัวน้อยทำท่าทางเช่นพยัคฆ์ขวางอยู่เบื้องหน้าเขา พร้อมเปล่งเสียงคำราม
“หึ!”
ผู้ฝึกตนไร้สำนักหัวเราะเยาะ จ้องมองอสูรสัตว์เลี้ยงที่พองขนทำท