ังน้อยอะไรกัน? หรือเจ้าแก่มากแล้ว? คำพูดนี้เอ่ยเสียจนดูเหมือนพวกเราเป็นเด็กน้อยเลยจริงๆ”
เฟิ่งจิ่วยกมุมปากโดยไม่ตอบกลับ จริงๆ อายุรวมสองชาติภพของเธอไม่น้อยแล้ว จึงดูแลพวกเขาเป็นเช่นเด็กน้อย
เธอเงยหน้าเล็กน้อยมองตาข่ายยักษ์เหนือศีรษะที่เกี่ยวร้อยกันจากกิ่งไม้พวกนั้น ในใจกำลังคิดว่ารอหลังจากพาพวกเขาไปหนึ่งปี จัดการเรื่องทั้งหมดให้เสร็จสิ้น ก็จะไปแคว้นระดับหนึ่งเพื่อรับแม่ของเธอกลับบ้าน
ขอแค่รับแม่ของเธอกลับบ้านมาอยู่พร้อมหน้ากับพ่อ เธอถึงจะเตรียมการเข้าไปแปดจักรวรรดิและไปพบโม่เจ๋อได้อย่างวางใจ
เวลาหนึ่งปีเธอจะบรรลุวรยุทธ์ระดับกำเนิดวิญญาณในนี้ได้หรือไม่? ข้อนี้ก็หวังไว้มาก
เช้าตรู่แสงอาทิตย์สาดส่องลงในป่ารางๆ พวกปีศาจต้นไม้ในป่าอาบแดดท่ามกลางแสงอาทิตย์อันอบอุ่น มันเก็บกรงเล็บกิ่งไม้ไปและยืนนิ่งไม่ขยับเฉกเช่นต้นไม้ทั่วไป
“น่าแปลก ปีศาจต้นไม้พวกนี้ทำไมไม่ค่อยเหมือนเมื่อคืนเลย?”
หนิงหลางเอ่ยขึ้น พร้อมมองต้นไม้ที่เก็บกรงเล็บไปหมดพวกนั้น แม้กิ่งไม้ด้านบนยังร้อยเรียงเป็นตาข่ายยักษ์ แต่ด้านล่างคล้ายจะไม่มีพิษภัยสักนิด
“ตั้งใจแกล้งตบตากันใช่หรือไม่?”
ลั่วเฟยกล่าวและมองพวกเขา ก่อนจะลองเดินออกไปสัมผัสต้นไม้พวกนั้น ใครจะรู้ว่าไม่มีปฏิกิริยาอะไรจริงๆ ราวกับว่าสิ่งที่พวกเขาเห็นเวลาช่วงเย็นจนถึงเมื่อคืนล้วนเป็นแค่ภาพลวงตา
“ลักษณะกลางวันกับกลางคืนอาจแตกต่างกัน” เฟิ่งจิ่วเอ่ยอย่างมีเลศนัย บอกว่า “เช