ลือดกระจายไปในอากาศ กระทั่งเสียงแกร๊งดังอย่างรุนแรง สองคนก็ถูกกระแสลมทั้งสองดีดออกไป
สองร่างเซถอยหลังไปอย่างเสียสมดุล กระทั่งถอยไปหลายจั้งถึงจะประคองฝีเท้าไว้ได้ แม้เป็นเช่นนี้กลับยังตัดสินแพ้ชนะได้ยาก แม้ลั่วเฟยเหนือกว่าในด้านความเร็วของฝีมือ แต่ก็ฆ่าศัตรูไม่ได้ เช่นนั้นจึงไม่นับว่าชนะอย่างแท้จริง
แต่จะสู้ผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานขั้นสูงสุดสักคนด้วยความสามารถของเขา ก็ทำให้คนส่วนหนึ่งตกตะลึงได้แล้ว แน่นอนว่ายกเว้นพวกผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลัง
เฟิ่งจิ่วเห็นลั่วเฟยคิดจะสู้ต่อ ก็เอ่ยปากบอกว่า “เอาล่ะ อย่าเสียแรงเปล่าเลย คิดว่าจะข้ามไปอีกฝั่งอย่างไรยังดีกว่า!”
ลั่วเฟยได้ยินเช่นนี้ก็จ้องมองชายฉกรรจ์ ถึงจะเก็บกระบี่ยาวไป แล้วเดินไปทางพวกของเฟิ่งจิ่ว ทว่ายามนี้ชายฉกรรจ์เห็นลั่วเฟยเก็บกระบี่วางมือหมุนตัวเดินไปหาเด็กหนุ่มพวกนั้น ในใจโกรธเคืองยากสงบ กัดฟันถือดาบใหญ่ในมือฟันไปยังด้านหลังของลั่วเฟย
เหล่าผู้ฝึกตนของตระกูลเห็นภาพเช่นนี้ก็ขมวดคิ้ว ไม่เห็นด้วยและดูแคลนเล็กน้อย แต่พวกเขาเพียงขมวดคิ้วเท่านั้น ไม่ส่งเสียงเตือนหรือช่วยเหลือใดๆ
เพราะจะช่วยเด็กหนุ่มที่ไม่รู้ความพวกนั้นและไปขัดใจผู้ฝึกตนที่ดุร้ายน่ากลัวกลุ่มนั้นไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดเลยจริงๆ
ส่วนผู้ฝึกวิชามารและผู้ฝึกตนไร้สำนักพวกนั้นคงไม่ช่วยหรือออกปากเตือนเช่นกัน พวกเขาคร้านจะยุ่งเรื่องเป็นตายของคนอื่น ตรงกันข้ามยังมองภาพเลือดสาดด้วยความยิน