นควัน “อืม ก็น่าจะกินไม่ลง”
“ข้าจะไปพักผ่อน ไม่มีธุระอย่ารบกวนข้า” เฟิ่งจิ่วกล่าวไป แล้วลุกขึ้นเดินไปยังห้องด้านในท้องเรือ ทว่าเพิ่งยกไปก้าวหนึ่ง ลั่วเฟยก็เข้าขวางเบื้องหน้าเธอ
เธอเลิกคิ้วมองลั่วเฟยตรงหน้าที่เดือดดาล ถามว่า “เจ้ามีอะไรอีก?”
“ข้าต้องการลงเรือเหาะ! ข้าจะกลับบ้าน!”
“ลืมแล้วหรือว่าเจ้าตกลงจะตามข้าไป?” เธอมองยังเขา ในดวงตาฉายประกายที่อธิบายไม่ถูก
ลั่วเฟยดวงตาแวววาวเล็กน้อย กล่าวโต้แย้งอย่างไร้เหตุผล “ข้าแค่ตกลงจะตามเจ้าออกไปจากที่นั่น ยังไม่บอกว่าจะขึ้นเรือโจรของเจ้า”
เธอยกมุมปาก “หรือเจ้าไม่รู้ว่าขึ้นเรือง่ายลงไปยาก? เจ้าขึ้นมาเรือโจรของข้า คิดว่าข้าจะให้เจ้าลงไปได้หรือ?” กล่าวจบก็ก้าวเดินหน้าไป
ลั่วเฟยอย่างพูดอะไรบางอย่างอีก ก็โดนหนิงหลางกดไหล่ไว้และลากไปข้างๆ รอหลังจากเฟิ่งจิ่วเข้าไป พวกเขาถึงจะมานั่งล้อมข้างกายเขา
“เจ้าอย่าคิดดีกว่า ขึ้นมาเรือของเขาแล้ว นอกจากเขาจะให้เจ้าลง มิเช่นนั้นเจ้าก็ลงไปไม่ได้”
“ถูกต้อง หนำซ้ำข้าคิดว่าเรือของเขาไม่มีอะไรไม่ดี รู้หรือไม่ว่าคนเท่าไรอยากร่วมขึ้นเรือยังไม่มีโอกาสเช่นนี้?” ซ่งหมิงกล่าวไป สายตาบอกว่า ‘เจ้าอย่าได้ไม่รู้จักเสือ’ ก็มองยังเขา
“หากเจ้ายังกลับไปกลับมาอีก คนที่ลำบากจะมีแต่ตนเอง”
ต้วนเยี่ยเอ่ยปากบอก พร้อมชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง เอ่ยว่า “เขามีเป็นร้อยวิธีจะจัดการเจ้า ทำให้เจ้าเชื่อฟัง เจ้าเชื่อหรือไม่? หรือบอกว่าเจ้าอยากลิ้มล