ยี่ยสีหน้าแปลกๆ เขากัดฟันกรอด เจ้าพวกนั้นรู้แต่แรกว่าเฟิ่งจิ่วรับมือยากกลับไม่เตือนข้า ช่างแล้งน้ำใจจริงๆ
กลับไม่คิดว่าเขาไม่เห็นเฟิ่งจิ่วในสายตา อคติคิดว่าคนจากสำนักศึกษาหกดาราสยบเขาไม่ได้แน่ ไม่มีฝีมืออะไร ถึงทำให้ตนเองตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้
ท่ามกลางความตื่นตระหนก เขาโดนพากลับไป บังคับให้อาบน้ำสวมเสื้อผ้าเสียใหม่ แต่เสื้อผ้ายังน่าอายกว่าร่างเปลือย มองเสียจนสีหน้าแดงก่ำ ดวงตาเผยจิตสังหาร
เขาจะรื้อโรงค้าเด็กหนุ่มบ้านี่แน่นอน!
อีกด้านหนึ่งหลังออกจากบ้านตระกูลลั่ว จู่ๆ พวกของต้วนเยี่ยพบว่าอสูรกลืนเมฆาหายไปตั้งแต่เมื่อเช้ามาถึงตอนนี้ จึงถามว่า “เฟิ่งจิ่ว สัตว์เลี้ยงของเจ้าล่ะ? ทำไมไม่ตามมาข้างกายเจ้า?”
“ข้าให้มันไปจับตามองลั่วเฟย” เธอสาวก้าวนวยนาดเดินไป มุมปากมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ไม่รู้ว่าตอนนี้เจ้าเด็กนั่นเป็นอย่างไร? อยากรู้เสียจริงๆ! แต่เขาเป็นเช่นนั้นจะมีใครถูกใจหรือไม่?”
ทั้งสามได้ยินคำพูดนี้ก็มองหน้ากัน มุมปากกระตุก เฟิ่งจิ่วรสนิยมแย่มาก…
เห็นท่าทีบนใบหน้าของเขาคล้ายกำลังเฝ้ารอให้มีคนถูกใจลั่วเฟย พวกเขาถึงกับมีความรู้สึกว่าต่อให้ไม่มีเขาจะผสมโรงเติมไฟอยู่ข้างหลัง เปลี่ยนไม่มีให้กลายเป็นมี
“อะแฮ่ม!”
ซ่งหมิงกระแอมไอ กล่าวว่า “ลั่วเฟยเติบโตที่นี่ คนมีหน้ามีตาแถวนี้ต่างรู้จักเขา ไม่แน่ว่าตัวตนของเขาจะมีคนจำได้”
“คนมีหน้ามีตาจะไปโรงค้าเด็กหนุ่มหรือ?” เฟิ่งจิ่วถามไป สิ้นเสียงก็เอ่ยอย