เขายอมรับได้อย่างไร?
เอาเถอะ! ถึงแม้ต้วนเยี่ยกับหนิงหลางรวมถึงซ่งหมิงทั้งสามคนยินยอม เขาก็ยอมไม่ได้แน่นอน สติปัญญาของเขาชาญฉลาดมากกว่าพวกเขาสามคนนัก จึงจะไม่หวั่นไหวโดยง่าย
ผู้นำตระกูลลั่วได้ยินคำพูดนี้ก็มีสีหน้าทะมึน จ้องมองลูกชายของตนเอง มือหนึ่งตบหน้าโต๊ะอย่างแรงทันทีจนเกิดเสียงดังปัง ขณะเดียวกันยังตะโกนว่า “เรื่องนี้คุณชายเฟิ่งบอกพวกเราไว้แต่แรกแล้ว เขามาจากสำนักศึกษาหกดาราแล้วอย่างไร? เจ้ามีพละกำลังระดับหลอมแก่นพลังเช่นเขาหรือ หรือว่าฉลาดทำการใหญ่กว่าเขา? ไม่เข้าใจอะไรก็ไม่ต้องพูดจาส่งเดช ไร้ระเบียบจริงๆ!”
ลั่วเฟยขยับริมฝีปาก สีหน้าตะลึงค้าง ไม่นึกว่าจู่ๆ จะโดนบิดาของตัวเองสั่งสอน นี่ทำให้เขาตะลึงงันพร้อมกับที่ไฟโทสะปะทุขึ้นมา อยากจะพูดอะไรบางอย่างก็เห็นมารดาของเขาส่ายหน้าน้อยๆ มาทางเขา จึงได้แต่จำใจอดทนไว้
“เหอะๆๆ คุณชายเฟิ่ง ลูกชายของข้าคนนี้เสียนิสัย เรื่องที่เสียมารยาทไป หวังว่าจะไม่ถือสา” เขากล่าวจบก็ลุกขึ้นยืน ยิ้มเอ่ยว่า “คุณชายเฟิ่ง ท่านทั้งหลาย เชิญไปร่วมมื้ออาหารที่เรือนด้านหลัง หลังรู้ว่าพวกเจ้าจะมากัน ฮูหยินของข้าจึงสั่งให้คนเตรียมงานเลี้ยงรับรองพวกเจ้าอย่างดี ภายหน้าลูกชายของข้าต้องรบกวนทุกคนดูแลให้มากๆ แล้ว”
พวกเขาลุกขึ้นยืนเช่นกัน ยิ้มรับคำแล้วถึงจะออกไปพร้อมกับสองสามีภรรยา แม้ในใจลั่วเฟยไม่ยอมรับ แต่หากบิดามารดาของเขาอยู่ตรงนี้ด้วยก็ไม่กล้าบุ่มบ่ามสร้างเรื่อง ด