หยินสนุกสนานอย่างใจจริง ส่วนต้วนเยี่ยหนิงหลางซ่งหมิงสามคนมาที่นี่พร้อมเฟิ่งจิ่ว จะรอชมละครปาหี่ ด้วยเหตุนี้บอกว่าเมาไม่สู้เรียกว่าแกล้งเมา
ส่วนลั่วเฟยวางแผนจะมอมเหล้าเฟิ่งจิ่ว เพียงแต่ไม่คิดว่าสุดท้ายกลับมอมเหล้าตัวเอง เฟิ่งจิ่วเห็นว่าเขาจะมอมเหล้าเธอ จึงให้เขาได้สมหวังดั่งใจ ดื่มเหล้าไปทีละแก้วๆ จนสุดท้ายสายตาก็พร่ามัวหลายส่วน ใบหน้าแดงก่ำไม่น้อย ฝีเท้าตอนเดินค่อนข้างล่องลอย โซซัดโซเซ ก่อนจะได้สาวใช้ประคองกลับไป
ทว่าเมื่องานเลี้ยงสิ้นสุด ทุกคนแยกย้ายกลับห้องตัวเอง ทางลั่วเฟยที่กลับถึงที่พัก หลังจากดื่มน้ำแกงสร่างเมาที่เด็กรับใช้ยกมาให้ อาการมึนเมาก็ค่อยๆ หายไปและตื่นขึ้นมา
“คุณชาย” เด็กรับใช้มองเขาพลางเผยรอยยิ้มให้
“ข้ากลับมานานแค่ไหนแล้ว” เขานวดหน้าผาก รู้สึกปวดเล็กน้อย
“คุณชายสั่งข้าเตรียมน้ำแกงสร่างเมารอไว้ ตั้งแต่กลับมาดื่มน้ำแกงสร่างเมาจนคุณชายตื่นยังไม่ถึงครึ่งชั่วยามเลยขอรับ”
“อืม” เขาขานรับ ให้เด็กรับใช้ประคองลุกขึ้นมา ครั้นเดินออกไปด้านนอกกจึงร้องเรียก ผู้ฝึกตนสองคนปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเขา
“คุณชาย” ทั้งสองคนคารวะด้วยความเคารพ
“ไป หลังจากจับเจ้าเด็กสวมชุดแดงในห้องรับรองใส่ถุงกระสอบให้เอาไปโยนไว้โรงค้าเด็กหนุ่ม สั่งพวกเขาให้รับรองเขาอย่างดีด้วย” ลั่วเฟยเผยรอยยิ้มมุ่งร้าย หัวเราะเสียงเบาขึ้นมา คิดว่าหากพรุ่งนี้ฝ่ายนั้นสร่างเมาตื่นมารู้ว่าตัวเองอยู่โรงค้าเด็กหนุ่ม ใบหน้านั้นจะย