“มาอีก!” ลั่วเฟยเริงร่าในใจ ตะโกนเสียงดัง รินเหล้าอีกชามแล้วค่อยดื่มต่อ
คนอื่นเห็นพวกเขาสองคนดื่มกันเรื่อยๆ อยู่ตรงนั้น หนำซ้ำยังดื่มรวดเดียวหมด ก็มองหน้ากันอย่างอดไม่ได้ ลั่วฮูหยินค่อนข้างกังวล กล่าวว่า “ดื่มเช่นนี้จะทำลายสุขภาพเกินไป”
“ไม่เป็นไรขอรับ ไม่ได้ดื่มเช่นนี้กันบ่อยๆ”
ลั่วเฟยโบกๆ มือ เหล้าสองชามผ่านไปก็เมามายแล้วเล็กน้อย แต่ยังคงรินเหล้าชามที่สาม “อาจารย์เฟิ่ง ชามนี้ข้าขอคารวะท่าน ภายหน้าหากข้าทำไม่ดีตรงไหน เหอะๆๆ ขอท่านโปรดอภัยให้ด้วย!”
เฟิ่งจิ่วยกริมฝีปาก “ไม่มีปัญหา” แล้วดื่มเหล้าชามที่สามลงไป
พวกของต้วนเยี่ยมองหน้ากัน คิดว่าลั่วเฟยไม่น่ากำราบเฟิ่งจิ่วได้จริงๆ เหล้าชามที่สามนี้เดาว่าข้างในคงมีอุบายอะไร แต่แม้เป็นเช่นนี้ ทั้งสามคนก็ไม่คิดจะยุ่งเกี่ยวด้วย
คำพังเพยกล่าวไว้ว่า คนชั่วย่อมแพ้ภัยคนที่ชั่วกว่า เอาเถอะ! แม้รู้สึกว่าใช้คำพูดเช่นนี้มาเปรียบเทียบทั้งสองเหมือนจะไม่ดีเท่าไร แต่จิ้งจอกน้อยลั่วเฟยมาเจอเฟิ่งจิ่วคนสองหน้า เช่นนั้นก็มีแต่ต้องยอมรับในความโชคร้ายของตัวเอง
หากเขาไม่ยอม เฟิ่งจิ่วย่อมมีวิธีทำให้เขาเชื่อฟัง ดั่งที่เฟิ่งจิ่วพูดไว้ก่อนหน้านี้ว่าเขาจัดการคนน่าเป็นห่วงได้เก่งนัก
หลังจากงานเลี้ยงผ่านไป ทุกคนมึนเมาด้วยฤทธิ์เหล้า จึงพากันเผยอาการเมามายและแยกย้ายกันไป ภายใต้คำสั่งของลั่วฮูหยิน พวกเขาถูกประคองกลับห้องไปพักผ่อน
งานเลี้ยงครั้งนี้ผู้นำตระกูลลั่วกับลั่วฮู