วพยักหน้า ดวงตาเผยความชื่นชม “ได้ยินว่าคุณชายหนิงช่วยเจ้าเมืองหนิงหาเงินและออกความคิดมาตลอดตั้งแต่อายุยังน้อย เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการทำเงินโดยกำเนิด วันนี้ได้พบคุณชายหนิง ท่าทางมั่งคั่งมากโชคลาภ ข้าอิจฉาเจ้าเมืองหนิงจริงๆ ที่มีคุณชายเช่นนี้”
หนิงหลางโดนชมเสียจนขัดเขิน ใบหน้าน่าเอ็นดูเผยความอึดอัด เกาๆ ศีรษะยิ้มเอ่ยอย่างเขินอายว่า “ผู้นำตระกูลลั่วชมเกินไปแล้วขอรับ”
“ข้าคือซ่งหมิง ท่านนี้คือต้วนเยี่ย พวกเราล้วนเป็นนักเรียนของสำนักศึกษาสองดารา ครั้งนี้ตามอาจารย์ออกมาฝึกวิชาเช่นกัน” ซ่งหมิงยิ้มพลางแนะนำตัว มองลั่วเฟยที่มีสีหน้าขุ่นเคืองและอัดอั้นตันใจ ก่อนพูดยิ้มๆ ว่า “พวกเราออกเดินทางแล้ว ยังขาดแค่ลั่วเฟยคนเดียว”
ผู้นำตระกูลลั่วได้ยินก็ยิ้มตาหยี “มีพวกเจ้าอยู่ด้วย ซ้ำยังมีอาจารย์เฟิ่งนำคณะ เราวางใจอย่างยิ่งที่จะให้เด็กคนนี้ตามพวกเจ้าออกไป เพียงแต่เขาเป็นคนน่าเป็นห่วง เกรงว่าจะสร้างปัญหาให้อาจารย์เฟิ่ง” ระหว่างพูดจายังมองทางเฟิ่งจิ่วซึ่งอยู่ด้านข้าง
เฟิ่งจิ่วหัวเราะเบาๆ บอกว่า “ผู้นำตระกูลลั่ววางใจได้ ข้าชำนาญเรื่องจัดการนักเรียนที่น่าเป็นห่วงพวกนี้”
“ฮ่าๆๆ ดีๆๆ เช่นนั้นลูกชายของข้าคนนี้คงต้องรบกวนอาจารย์เฟิ่งแล้ว อาจารย์เฟิ่งโปรดดูแลให้มากๆ”
เขาหัวเราะลั่น มองลูกชายข้างๆ กันแล้วตะโกนว่า “เฟยเอ๋อร์ เจ้าจะนิ่งตรงนั้นทำไม ยังไม่รีบเข้ามาคารวะอาจารย์ ขอให้เขาดูแลเจ้าให้มากอีก”
……………………………