ี้ สายตาของสองสามีภรรยาตระกูลลั่วหยุดบนร่างทั้งสามคน หลังจากเห็นพวกต้วนเยี่ยก็แอบพยักหน้า กล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มว่า “พวกเจ้านั่งสิ นั่งพักผ่อนเร็วเข้าเถอะ!”
ทั้งสามขานรับก่อนจะนั่งลงข้างๆ เมื่อนั่งลงแล้วสามคนหกตาก็หยุดมองร่างเฟิ่งจิ่วที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพลางใช้มือหนึ่งเล่นเส้นขนของอสูรกลืนเมฆา
หลังจากหาตัวเขาไม่พบ พวกเขาคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะมาตระกูลลั่วแล้ว เพียงแต่คนทั้งสามคาดเดาถึงข้อนี้ได้ กลับไม่เตือนลั่วเฟย แต่หาที่นั่งดื่มชามองลั่วเฟยตามหาไปทั่วเมืองถึงหนึ่งชั่วยามกว่า สุดท้ายถึงจะกลับมาตระกูลลั่วด้วยกัน
ด้วยนิสัยของเฟิ่งจิ่ว จะยอมเสียเปรียบได้อย่างไร? ลั่วเฟยคิดจะจัดการเขา ท้ายสุดก็แค่จัดการตัวเองเท่านั้น
“พวกเจ้าสามคนนามว่าอะไร ทุกคนเป็นนักเรียนสำนักศึกษาสองดาราหรือ?” ลั่วฮูหยินยิ้มถาม แววตาอ่อนโยนมองร่างเด็กทั้งสาม
“พวกเราเหมือนลั่วเฟย ไม่ค่อยชอบอยู่ในสำนักศึกษา ดังนั้นจึงช่วยงานในตระกูลมาตลอดขอรับ” หนิงหลางเอ่ยถึงตรงนี้ เท้าก็โดนเหยียบไปทีหนึ่ง เขาสูดลมหายใจเล็กน้อย เห็นว่าซ่งหมิงขมวดคิ้วมาทางตนเอง เขาดึงสติกลับแล้วมองสองคนตรงตำแหน่งผู้อาวุโสพลางยิ้มเจื่อนๆ
“เหอะๆๆ ความจริงอยู่บ้านก็ดีมาก พ่อแม่ของข้าต่างรักใคร่เอ็นดูข้า จริงด้วย พ่อของข้าคือหนิงหย่วน เขาเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งแคว้นกาฬ ข้านามว่าหนิงหลางขอรับ”
“โอ้ ที่แท้เป็นคุณชายของเจ้าเมืองหนิงนี่เอง”
ผู้นำตระกูลลั่