เป็นเหมือนบ้านของตนเองก็พอ เชิญเถอะ!”
“ข้าว่านะลั่วเฟย เจ้าจะไม่ไว้หน้ากันเกินไปแล้วกระมัง? ในเมื่อมารับก็เรียกมาเพิ่มสักสองสามเกี้ยวสิ พาไปแค่เฟิ่งจิ่วคนเดียวเช่นนี้ได้อย่างไร? ปฏิบัติต่างกันเหลือเกิน” หนิงหลางเอ่ยอย่างไม่พอใจพลางเบิกตาจ้องเขา คิดว่าอีกฝ่ายไม่ไว้หน้ากันเกินไปแล้ว
“เหอะๆ แน่นอนว่าพวกเจ้าเทียบอาจารย์ไม่ได้! นักเรียนต้องมีท่าทางเช่นนักเรียน เคารพครูบาอาจารย์รู้จักหรือไม่? ข้าแค่ให้ความเคารพอาจารย์ อันที่จริงก็ไม่ได้ไกลเลย เข้าเมืองเดินไปสักระยะหนึ่งก็ถึง บ้านข้าใกล้มาก” เขาฉีกยิ้มกว้าง ก่อนเชิญเฟิ่งจิ่วขึ้นเกี้ยว
เฟิ่งจิ่วเห็นเช่นนี้ก็ยกมุมปาก สาวก้าวเดินเข้าไป ผู้อารักขาที่แบกเกี้ยวเปิดม่านและลดเกี้ยวลงต่ำเพื่อเชิญเธอเข้าไปข้างใน เธอมองไปภายในเกี้ยว จากนั้นถึงโน้มตัวเล็กน้อยเดินเข้าไปนั่งด้านใน
ต้วนเยี่ยกับซ่งหมิงมองหน้ากัน ไม่ได้พูดอะไรมาก เห็นเกี้ยวถูกยกมุ่งหน้าไปในเมือง พวกเขาก็เดินตามหลังไป ทว่าหลังจากเดินไปสองสามก้าวกลับโดนลั่วเฟยขวางไว้
“นี่ ข้าว่านะ ทำไมพวกเจ้าถึงไปคลุกคลีกับเขากันล่ะ?”
เขากอดอกมองคนทั้งสาม กล่าวว่า “หากข่าวของข้าไม่ผิดพลาด เจ้าแซ่เฟิ่งคนนี้เป็นเพียงนักเรียนของสำนักหกดารา ไปเข้าร่วมการจัดอันดับวายุเมฆาระหว่างสำนักศึกษาอะไรนั่น พวกเจ้าโดนเขาลักพามาได้อย่างไร พามาคนเดียวยังไม่เท่าไร นึกไม่ถึงว่าจะพามาด้วยกันสามคน? พวกเจ้าไม่มีปัญหาเลยสินะ?”
ทั้