่าง
“เฟิ่งจิ่ว! เจ้าร้ายกาจเกินไปแล้ว!” หนิงหลางมองเฟิ่งจิ่วด้วยความนับถือ ทั้งที่เขาอายุเท่าพวกเขา กำลังต่อสู้กลับทรงพลังเช่นนั้น แข็งแกร่งกว่าตนเองมากจริงๆ
“แน่นอน เจ้าก็ไม่ดูเสียหน่อยว่าข้าเป็นใคร” เฟิ่งจิ่วเลียนแบบท่าทางก่อนหน้านี้ของเขา เอามือไพล่หลังเชิดคางขึ้น ทำท่าทางภาคภูมิใจยิ่ง
“ฮ่าๆๆๆ ข้ารู้แน่นอน เจ้าเป็นทั้งเฟิ่งจิ่วและภูตหมอ เพียงแต่คนภายนอกลือกันแต่ว่าเจ้ากลั่นยาเซียนปรุงยาเก่งกาจ กลับไม่รู้ว่าต่อสู้ได้ถึงเพียงนี้เลย!” หนิงหลางหัวเราะเสียงดัง ดวงตาบนใบหน้าเจ้าเนื้อหรี่ลงเป็นเส้นเพราะเหตุนี้ เขาเหมือนจะนึกอะไรได้ จึงตบต้นขาและร้องขึ้นมา
“อ๊ะ! ข้าต้องไปเก็บสมบัติของพวกนาง! ลองหาว่าในนี้มีคลังสมบัติหรือไม่!” สิ้นเสียงก็เห็นเขาเร่งฝีเท้าวิ่งออกไป
เฟิ่งจิ่วส่ายหน้ายิ้มๆ มองซ่งหมิงและถามว่า “พาคนพวกนั้นออกไปหมดแล้วหรือ?”
“ใช่ วางใจเถอะ! ข้าพาพวกเขาไปทางเล็กนั่น ส่งออกไปอย่างปลอดภัยแล้วถึงค่อยกลับมา ทั้งหมดเป็นคนละแวกใกล้เคียง พ้นที่นี่ไปพวกเขาก็กลับบ้านได้” ซ่งหมิงคลี่ริมฝีปากเผยรอยยิ้มยินดี
เพิ่งทำเรื่องใหญ่เช่นนี้เป็นครั้งแรก ทำลายสำนักวิชามารแห่งหนึ่ง คิดๆ แล้วก็เร้าใจจริงๆ
“ทุกคนไม่บาดเจ็บใช่ไหม?” สายตาของเฟิ่งจิ่วมองสังเกตร่างคนทั้งสอง เห็นว่าบนร่างพวกเขานอกจากบาดแผลเล็กๆ ก็ไม่มีแผลใหญ่อะไร จึงวางใจลงได้
“ไม่เลย แผลเล็กๆ พวกนี้ไม่เป็นไรหรอก” ทั้งสองคนกล่าว
“เช่นนั้นก