็ดี ในนี้ไฟลุกไหม้หมดแล้ว ปล้นสมบัติข้างในให้เกลี้ยงก่อน ค่อยใช้ไฟเผาภูเขาลูกนี้”
เธอเอ่ยพลางลงมือด้วยกันกับพวกเขา ค้นเอาถุงฟ้าดินที่ติดตัวผู้ฝึกวิชามารพวกนั้น รวมถึงของมีค่าในตัวพวกเขาและคลังสมบัติในสำนักไปไม่เหลือ…
เวลาช่วงเย็น พวกเขาออกจากภูเขาไป สิงโตไฟกลับเข้าห้วงมิติของต้วนเยี่ยแล้ว กลืนเมฆาก็หดกลับไปเป็นสัตว์เลี้ยงตัวน้อย ยอดเขาเบื้องหลังมีเปลวไฟลุกโชน เทียบกับตะวันยอแสงยามเย็นแล้วประหนึ่งผืนเมฆเมื่ออาทิตย์อัสดง แผดเผาอยู่ตรงขอบฟ้า
พวกเขาหาสถานที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเปื้อนเลือดบนร่าง ก่อนจะอาศัยตอนที่ท้องฟ้ายังไม่มืดสนิทเร่งไปทางเมืองใกล้ๆ…
จวบจนผ่านไปสองชั่ว ยามฟ้ามืดลงแล้ว พวกเขาสี่คนถึงจะมาถึงเมืองหนึ่งใกล้ๆ กัน
พวกเขาเดินไปบนถนนใหญ่พลางมองรอบข้าง เฟิ่งจิ่วมองร้านแผงลอยข้างทาง เป็นพวกของว่างท้องถิ่น ต้วนเยี่ยมองว่าโดยรอบมีโรงเตี๊ยมไหนค่อนข้างดี หนิงหลางมองที่ทำการค้าขายที่นี่ ส่วนซ่งหมิงก็จับจ้องแหล่งกามารมณ์พวกนั้นด้วยสีหน้าระรื่น
“เมืองเล็กนี้ไม่ใหญ่โต แต่ดูแล้วสิ่งที่ควรมีล้วนมีไม่น้อยเลย!”
สามคนได้ยินคำพูดนี้ก็มองเขา เมื่อมองตามสายตาของเขาไปเห็นหอนางโลมย่านโคมเขียว สีหน้าก็เคร่งเครียดลงพร้อมๆ กัน
………………………………………………….
Ink Stone_Romanceข้อความถึงนักอ่านInk Stone_Romanceมีข่าวมาฝากจาก Fictionlog จ้า PROMOTION แรงสุด คุ้มสุด เพียงเติมเงินผ่าน ShopeePay เฉพาะเดือนพฤศจิกายนเท่าน