ิชามารที่เส้นโลหิตขาดก็จะตายเพราะเลือดไหลทะลัก
ด้วยเหตุนี้สองมือของนางจึงคว้าคมกระบี่ไว้แน่น ดวงตางามที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจ ในตอนนี้ยังจับจ้องเฟิ่งจิ่วนิ่งๆ เพียงเพื่อจะได้ตายไปอย่างรู้แจ้ง
“ข้าคือเฟิ่งจิ่ว”
น้ำเสียงเนิบช้าที่เย็นเยียบเอ่ยออกไป เสียงเรียบนิ่งเช่นนั้น ภายในความเรียบนิ่งกลับเผยพลังอำนาจของผู้แข็งแกร่ง ทำให้คนอดหัวใจสั่นสะท้านไม่ได้
ตอนที่เสียงเปล่ง เฟิ่งจิ่วดึงกระบี่คมพยับกลับ ฉับพลันนั้นเลือดกระเซ็นออกมา ร่างนั้นร่วงหล่นจากกลางอากาศคล้ายสูญเสียสิ่งค้ำยัน พลางมองเด็กหนุ่มชุดแดงที่ยืนบนอากาศ สูดลมหายใจเฮือกสุดท้าย ทว่าดวงตาที่จับจ้องร่างสีแดงกลับปิดไม่ลงตลอดกาล
“ตุบ!”
เสียงร่วงลงพื้นอย่างแรงดังขึ้นมา ผู้ฝึกวิชามารระดับกำเนิดวิญญาณขั้นกลางร่วงหล่นตรงไหล่เขา ร่างกลิ้งลงไปจนกระทั่งถูกหินก้อนหนึ่งขวางไว้ถึงจะหยุด นางในตอนนี้ไม่อาจฟื้นคืนความสวยทรงเสน่ห์เช่นเดิมได้อีกแล้ว เพราะสิ่งที่เห็นได้มีเพียงเนื้อหนังแผลเหวอะหวะ…
“เฮือก!”
เสียงสูดลมหายใจดังมาจากเชิงเขา ผู้ฝึกวิชามารระดับกำเนิดวิญญาณสองคนนั้นเห็นภาพเช่นนี้ก็ตื่นตกใจ มองที่ร่างสีแดงอย่างยากจะเชื่อ มองเด็กหนุ่มรูปงามและไม่กล้าเชื่อว่าเขาจะข้ามขั้นไปสังหารผู้แข็งแกร่งระดับกำเนิดวิญญาณคนหนึ่งด้วยวรยุทธ์ของระดับหลอมแก่นพลัง…
ยามนี้พวกนางเกิดความกลัวและคิดอยากหนี เพราะความตื่นตระหนกและประหลาดใจ ภายในหัวปรากฏเพียงหนึ่งความคิด
ห