ธอพาอสูรกลืนเมฆานั่งขนนกบินมุ่งไปข้างหน้า สองสามคนด้านหลังก็ขี่กระบี่ตามมา
ความเร็วในการขี่กระบี่บินสูงมาก เพียงแต่สามคนด้านหลังพาคนมาด้วย หลังจากบินไปสักระยะก็ทนไม่ไหวต้องลงมาพักผ่อน เมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำให้ความเร็วชะลอลง เดิมทีเวลาแค่หนึ่งวันก็ไปถึงเมืองเมืองหนึ่งได้ แต่เดินๆ หยุดๆ เช่นนี้ พริบตาเดียวถึงช่วงเย็น พวกเขากลับยังไปไม่ถึงเลยสักเมือง
เวลานี้เอง หญิงสาวคนที่ซ่งหมิงพามากลับเป็นลมไปกะทันหัน ทำให้ซ่งหมิงสะดุ้งตกใจ รีบตะโกนบอกสองสามคนข้างหน้าแล้วควบคุมกระบี่พานางลงไปที่พื้น
เฟิ่งจิ่วซึ่งนั่งบนขนนกบินหันกลับไปมองแวบหนึ่ง ด้านล่างเป็นป่าไม้มีคนอาศัยอยู่น้อยนัก แต่ครั้นเห็นพวกเขาลงไปข้างล่างกันหมดจึงตามลงมาด้วย
“เฟิ่งจิ่วเจ้ามาดูนางเร็วเข้า ไม่รู้ทำไมจู่ๆ นางถึงเป็นลมไป” ซ่งหมิงประคองหญิงสาวไว้ในอ้อมแขนด้วยสีหน้าเป็นกังวล
“คงเพราะบาดเจ็บอีกทั้งยังรีบเร่งเดินทางมาเหนื่อยๆ ไม่เป็นไรหรอก” เฟิ่งจิ่วกล่าวพลางมองไปรอบๆ และเอ่ยว่า “ยามนี้เวลาเย็นย่ำแล้ว พักที่นี่สักคืนค่อยเดินทางดีกว่า!”
“ได้ พวกเราจะเก็บกิ่งไม้ จากนั้นค่อยไปดูว่ารอบๆ มีอาหารป่าอะไรบ้างหรือไม่ จะได้ล่ากลับมาเป็นอาหารเย็น” ต้วนเยี่ยกับหนิงหลางกล่าวพลางพยักหน้าไปทางเฟิ่งจิ่ว แล้วจึงออกไปด้วยกัน
เฟิ่งจิ่วเผยรอยยิ้มมองพวกเขาแยกตัวออกไป เวลานี้ถึงจะบอกซ่งหมิงว่า “ประคองนางไปใต้ต้นไม้ทางนั้นเถอะ ข้าจะไปหาดูละแวกนี้เสียหน่อ