ง “ไม่ค่อยดีนักกระมัง? ถึงอย่างไรชายหญิงก็ไม่ควรใกล้ชิดกัน เช่นนี้…ไม่เหมาะสม”
หญิงสาวเห็นว่าสายตาของเฟิ่งจิ่วกวาดมองร่างตนเองก็ยืดอก ขณะพึงพอใจก็รู้สึกเริงร่า นางรู้อยู่แล้วว่าไม่มีชายใดไม่ลามก
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ คุณชายเฟิ่งไม่ใช่คนอื่นไกล” กล่าวจบก็หลุบตาลงเล็กน้อย ท่าทางขัดเขินปานดอกไม้ผลิบาน งดงามเกินบรรยาย
“อย่างนี้เองหรือ เช่นนั้นย่อมได้!” เฟิ่งจิ่วเข้าไปใกล้ด้วยสีหน้ากล้ำกลืน เมื่อมาถึงข้างหลังหญิงสาว ความอิดออดบนใบหน้ากลับหายไปโดยไร้ร่องรอย เห็นแต่ว่ามุมปากยกขึ้นเบาๆ เหมือนยิ้มเหมือนไม่ยิ้ม ก่อนจะใช้นิ้วมือไล้ผ่านบนหลังของนางอย่างเบามือ
“บาดแผลไม่ร้ายแรง หลังจากใส่ยารอยบวมแดงจะหายไป ผ่านไปอีกวันสองวันรอยแผลเป็นน่าจะตกสะเก็ดแล้ว”
เสียงของเธอเฉยเมย แฝงความเฉื่อยชาไว้บางส่วน ยามที่นิ้วมือของเธอลากผ่านแผ่นหลังหญิงสาวเบาๆ เรือนร่างบอบบางของนางสั่นเทาเล็กน้อย ปากร้องครางเสียงแผ่ว
เฟิ่งจิ่วได้ยินเสียงนั้นก็เลิกคิ้วขึ้น จากนั้นเห็นสองมือของนางดึงเสื้อนอกที่ห้อยอยู่ตรงเอวแล้วหันกลับมา หมุนตัวคราวนี้ไม่รู้ว่าทำอย่างไร ผ้าที่ผูกเชือกไว้ตรงหน้าอกถึงหลุดลงมาโดยไม่ทันตั้งตัว ชั่วขณะนั้นเนินอกซึ่งไร้อาภรณ์จึงปรากฏเด่นชัดสู่สายตา
“กรี๊ด!”
นางเหมือนจะตกใจเช่นกัน หลังจากนิ่งอึ้งสองแขนก็รีบโอบกอดร่างกายไว้ ปกปิดเนินอกที่เปิดเผยสู่สายตาด้วยสองมือ พลางมองหนุ่มน้อยเบื้องหน้าด้วยใบหน้ากระดากอาย แต