อยากจะดึงสาวงามเข้ามาปลอบโยนในอ้อมแขน
ต้วนเยี่ยเห็นเขามองโฉมงามทั้งสองโดยไม่ขยับฝีเท้า ก็แค่นเสียงหยันทันใดแล้วสะบัดแขนเสื้อเดินกลับไป คร้านจะสนใจอีกฝ่าย ในเมื่ออยากพากลับไปก็ปล่อยเขาพาไปเถอะ!
ทางฝั่งกระโจมเล็ก หนิงหลางขยี้ตาโผล่หัวออกมา เห็นต้วนเยี่ยกลับมาก็ถามว่า “ดึกดื่นมืดค่ำพวกเจ้าไปทำอะไรกัน?”
“เจ้าถามซ่งหมิงสิ” ต้วนเยี่ยแค่นเสียง นั่งลงตรงหน้ากระโจมแล้วจัดการบาดแผลเล็กๆ สองสามแห่ง
หนิงหลางเห็นเช่นนี้ก็ตกใจ มองไปด้านหลังถึงเห็นซ่งหมิงประคองหญิงคนหนึ่งเดินมา ด้านหลังของอีกฝ่ายยังมีหญิงชรากับหญิงหน้าตางดงามอีกคน เขาเห็นคนพวกนั้นก็อึ้งไปพักหนึ่ง
“กลางค่ำกลางคืนพาสาวงามจากไหนมา? คงไม่ใช่ภูตผีกลางคืนแปลงกายมากระมัง?” เขาพึมพำขณะมองไปทางกระโจมของเฟิ่งจิ่ว เห็นฝ่ายนั้นไม่ได้ออกมา มีเพียงอสูรน้อยเฝ้าอยู่ตรงนั้น ก็หดตัวกลับไปโดยพลัน
ไม่ว่าซ่งหมิงพามาจากไหน อย่างไรเสียก็ไม่เกี่ยวข้องกับเขา เขาดูแลตนเองดีๆ เป็นพอ ดังนั้นหลังจากเข้ากระโจมไปก็ดึงผ้าห่มคลุมโปงทันที
เมื่อมาถึงตรงกระโจม เห็นด้านนอกกระโจมหลังหนึ่งในนั้นมีเพียงอสูรน้อยคอยเฝ้าอยู่ ไม่เห็นคนด้านใน อีกคนหนึ่งก็เป็นเจ้าอ้วนที่เพิ่งหดตัวเข้าไป ดูไปแล้วท่าทางอายุยังไม่มาก
“นี่กระโจมของข้า พวกเจ้าพักในกระโจมของข้าไปก่อนเถอะ!” ซ่งหมิงยกกระโจมของตนเองให้อย่างกระตือรือร้นยิ่ง แล้วมองบาดแผลบนร่างหญิงทั้งสองคน ก่อนจะหยิบยารักษาแผลออกมา เอ