างอาจเพราะตกใจจึงขาวซีด ในดวงตาเอ่อคลอด้วยน้ำตา ท่าทางบอบบางหวาดกลัวเสียจนคนเกิดความสงสารในใจ
“ไม่ต้องกลัวๆ มีข้าอยู่จะไม่เป็นไร” เขาตบหลังของหญิงสาวเบาๆ โอบไว้ในอ้อมแขนพลางปลอบประโลมและฉวยโอกาสเอาเปรียบ
หญิงคนนั้นไม่รู้ว่าเขินอายหรือหวาดกลัว ถึงได้หดตัวอยู่ในอ้อมแขนเขาโดยไม่ถอยหนี แม้แต่ผู้หญิงอีกคนที่มีหญิงชราคอยพยุงไว้ ครั้นเห็นภาพเช่นนี้ก็ไม่รู้สึกว่าไม่เหมาะสมอะไร มองซ่งหมิงอย่างซาบซึ้งใจเช่นเดียวกับหญิงชรา
“ซ่งหมิง! ไอ้คนเจ้าชู้นี่! ยังไม่รีบเข้ามาช่วยอีก!”
ต้วนเยี่ยที่โมโหสุดฤทธิ์ด่าทอ โบกกระบี่ของผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานคนหนึ่งออกไป ก่อนอาศัยจังหวะที่ถอยหลังหลบตะโกนเสียงดัง เสียงของเขาแฝงด้วยไฟโทสะ แทบทันทีที่เปล่งเสียงออกไป แม้แต่เฟิ่งจิ่วกับหนิงหลางที่หลับอยู่ในกระโจมด้านล่างทางภูเขายังได้ยินด้วย
“พวกเจ้าไม่ต้องกังวล ข้าจะไปช่วยเอง ไม่เป็นไร มีข้าอยู่ด้วยข้าจะไม่ปล่อยให้พวกเจ้าเป็นอะไรไป”
ซ่งหมิงที่เห็นสาวงามราวกับเปลี่ยนไปเป็นอีกคน ในดวงตามีเพียงหญิงงามสองคนนั้น แม้แต่น้ำเสียงท่าทางยังเปลี่ยนไปรักใคร่อ่อนโยน ขาดก็แค่ไม่ทำให้ต้วนเยี่ยโกรธแทบตาย
“ซ่ง หมิง!”
“มาแล้วๆ!”
ซ่งหมิงรีบขานรับ หลังจากปลอบใจหญิงทั้งสองแล้วถึงค่อยชักกระบี่ยาวตรงข้างเอวออกมา และถือกระบี่เข้าจู่โจมไปทางคนชุดดำพวกนั้นด้วยท่าทางเช่นจอมกระบี่ผู้งามสง่า
………………………………………………….