ตาคมกริบแฝงอานุภาพกดดัน “เจ้าเล่ห์เพทุบายตั้งแต่อายุยังน้อย พอเอ่ยปากก็คิดจะปลุกปั่นทำลายความสัมพันธ์ของสองบ้าน เจ้าจิตใจชั่วช้านัก! ฮึ! ลูกเมียน้อยก็เป็นลูกเมียน้อย ลูกชายที่เกิดจากผู้หญิงคนนั้นเชิดหน้าชูตาไม่ได้!”
เมื่อถูกสั่งสอนต่อหน้าทุกคนเช่นนี้ คุณชายรองหน้าแดงก่ำ หมัดใต้แขนเสื้อกำแน่น ในดวงตาที่หลุบลงเล็กน้อยฉายประกายร้ายกาจ แต่กลับไม่เอ่ยปากอะไรอีก
บรรพบุรุษตระกูลซ่งที่เงียบมาตลอดเห็นภาพเบื้องหน้าก็ขมวดคิ้ว สั่งการว่า “นำไป๋เหลียนไปขังไว้ก่อน” กล่าวจบถึงมองบรรพบุรุษตระกูลหลิ่ว “พวกเราไปคุยกันข้างหน้าเถอะ”
ไม่ทันไรยังเสริมอีกประโยคว่า “เจ้าวางใจเถอะ ข้าจะให้ความยุติธรรมแก่ลูกสะใภ้ที่ตายไปแน่นอน” ทว่าเมื่อสิ้นเสียงของเขา ทันใดนั้นเสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังขึ้นในเขตเรือน
“กรี๊ด…”
ทุกคนตกใจ รีบหันกลับไปมอง เห็นว่าซ่งหมิงที่ถูกละเลยไปตั้งแต่เมื่อครู่ถือกระบี่ยาวยืนอยู่ในมุมที่ไม่สะดุดตา ยามนี้กระบี่ยาวในมือมีเลือดหยด สายตาจ้องไป๋เหลียนซึ่งล้มลงชักบนพื้นพลางกรีดร้องด้วยความเย็นเยียบและอำมหิต
เห็นเพียงว่าเส้นเอ็นมือและเท้าของไป๋เหลียนโดนตัดไปหมด ล้มลงบนพื้นขณะเลือดไหลอาบทั้งมือและเท้า
ซ่งหมิงลงมือปุบปับ ทำให้คนไม่ทันรับมือ ทว่าก็ไม่ผิดคาดอะไร เขาเผชิญหน้ากับศัตรูที่ฆ่าแม่ จะสงบใจลงได้อย่างไร? เพียงแต่สองพี่น้องที่เหลือเห็นภาพเช่นนี้กลับอึ้งงัน ก่อนจะอุทานเสียงหลง
“ท่านแม่!”
……………………