สามท่านเดินเข้ามา เพิ่งนั่งลงไม่นานนักก็สั่งให้คนไปเก็บเอกสารพวกนั้นที่กระจายลงพื้นมาให้ เมื่อได้อ่านข้อมูลที่บันทึกไว้ในนั้น กลิ่นอายพลังทั่วร่างเขาล้วนแผ่ออกมา เต็มไปด้วยจิตสังหารและไฟโทสะอันน่าสะพรึง
เขาผ่อนลมหายใจ มองบรรพบุรุษตระกูลหลิ่วพลางกล่าว “เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง หากเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ข้าจะจัดการให้พวกเจ้าตระกูลหลิ่วแน่นอน” เขาเพิ่งกล่าวจบไป เสียงตื่นตระหนกของพ่อบ้านก็ดังมาจากด้านนอก
“แย่แล้วๆ! คุณชายใหญ่ถือกระบี่ไปเรือนตะวันตกจะฆ่าฮูหยินรอง จึงต่อสู้กับคุณชายสามแล้วขอรับ”
ทุกคนในห้องโถงได้ยินคำพูดนี้ แต่ละคนพุ่งโฉบออกไป มุ่งไปยังเรือนตะวันตก
เวลาเดียวกันนี้ ในร้านน้ำชาหน้าตรอกด้านนอกจวนตระกูลซ่ง เฟิ่งจิ่วกับต้วนเยี่ยรวมถึงหนิงหลางสามคนกำลังนั่งดื่มน้ำชาตรงนั้นพลางฟังความเคลื่อนไหวภายในจวน
แม้มีระยะห่างช่วงหนึ่ง แต่ด้วยวรยุทธ์ของพวกเขา หากจะแอบฟังโดยละเอียดก็ยังได้ยินรางๆ จึงพูดได้ว่าแม้นั่งตรงนี้ เสียงที่ดังขึ้นในนั้นก็ยังลอยเข้าหูของทั้งสามคนอย่างแผ่วเบา
“บอกว่าจะเข้าไปไม่ใช่หรือ แล้วมานั่งดื่มชาตรงนี้?” ต้วนเยี่ยมองเฟิ่งจิ่ว ไม่เข้าใจว่าเขาคิดจะทำอะไร?
“จะรีบร้อนอะไร? รอพวกเขาวุ่นวายกันเสร็จพวกเราค่อยเข้าไป หากเข้าไปตอนนี้ เดาว่าพวกเขาคงไม่มีเวลามาต้อนรับพวกเราหรอก” เฟิ่งจิ่วเอ่ยอย่างไม่เร่งไม่ช้า ในใจอยากรู้อย่างยิ่งว่าภายในจวนตระกูลซ่งสถานการณ์เป็นอย่างไร?
…………………