่อยก็ไม่ต้องกินพริกพวกนั้น ดีไหม?”
“ได้อย่างไรกัน” นางหันขวับไปบอก “อย่างอื่นยังขาดได้ แต่จะขาดพริกไม่ได้ ไม่กี่ปีที่ผ่านมามันทำให้อาหารอร่อยขึ้นมากจนเราไม่กินอาหารที่อื่นเลย ท่านไม่คิดอย่างนั้นหรือ ไม่ว่าจะเป็นอาหารจานไหน ขอเพียงใส่พริกลงไปก็อร่อยขึ้นมาทันตา”
“ฮ่า ๆๆ” เขาขบขันกับท่าทีตะกละตะกลามนั้นพลางบีบจมูกนาง “แล้วเจ้ายังจะพูดอย่างนั้นอยู่อีกหรือ ท่านแม่ริเริ่มทำเรื่องพวกนี้ก็เพราะหวังว่าเราจะมีรายได้มากขึ้นและใช้ชีวิตสุขสบายไม่ใช่หรือ ต่อให้ต้องทำงานหนักก็นับว่าคุ้มค่า”
หลินซื่อลดเสียงแผ่ว “ข้ารู้ เพียงแค่คิดว่ามันไม่ยุติธรรม พี่สะใภ้รองอุ้มท้องอยู่ นางท้องแก่แล้วจึงทำงานหนักไม่ได้ ข้าเข้าใจ แต่ทำไมไม่ให้พี่สะใภ้ใหญ่ช่วยบ้าง?”
“พี่สะใภ้ใหญ่ต้องป้อนอาหารหมูกับกระต่าย เจ้าเคยเห็นนางอยู่ว่างหรือ บางครั้งพี่ใหญ่ยังต้องไปช่วยนางเก็บหญ้ามาป้อนกระต่าย ตั้งแต่ต้นปียันปลายปี พี่สะใภ้ใหญ่เคยว่างเสียที่ไหนกัน”
หลินซื่อท้วงต่อ “แต่นางก็หาเงินได้มาก เงินจากเนื้อกระต่ายจากบ้านพี่สะใภ้สี่ก็เข้ากระเป๋านางหมด ทั้งที่นางวุ่นวายกับท่านแม่จนถูกริบเงิน… บางครั้งท่านแม่ก็ลำเอียงเกินไป”
“ท่านแม่ลำเอียงจริง นางมีลูกชายหลายคน แต่ก็ปล่อยให้ข้าไปกับพี่เป้า นายท่านผู้เฒ่าซุน และพรรคพวก อย่างกับนายช่างแนะนำงานให้… ถ้าเจ้าพูดอย่างนั้น พี่น้องของข้าจะไม่เกลียดข้าตายหรอกหรือ” จูอู่ซบศีรษะบนอกนางพลางเอ่ยพร้อ