งในจวน ภายในเรือนนี้จึงมีเพียงทหารอารักขาเฝ้าประตูเรือนสองคน
เธอเห็นเช่นนี้ก็เข้าไปจากด้านหลัง แอบเข้าไปในห้องจากหน้าต่างอย่างเงียบๆ ร่างกายเบาปานแมว หลังจากร่อนลงพื้นอย่างมั่นคง ก็หันข้างเล็กน้อยซ่อนตัวในมุมมืด เห็นร่างนั้นบนเตียงด้านใน ก็แอบคิดว่า ‘ผู้หญิงคนนี้ร้ายกาจ เช่นนั้นจะจัดการนางอย่างไร?’
ขณะกำลังคิดก็เห็นนางพลิกตัว เสียงงัวเงียลอยมาจากในม่านบาง “หรูอี้ รินน้ำมาให้ข้าที”
เฟิ่งจิ่วได้ยินคำพูดนี้ แววตาสั่นไหวเล็กน้อย เธอแวบตัวมายังด้านนอกห้อง หยิบเม็ดยาออกมาบดกลายเป็นผงโปรยลงในกาน้ำ ยานี้ไร้สีไร้กลิ่น แม้นางชำนาญเรื่องยาพิษก็ไม่รู้สึกอะไรแน่ๆ
สาวใช้นอกห้องที่คอยรับใช้ตอนกลางคืนผลักประตูเข้ามา จุดโคมไฟรินน้ำยกเข้าไป “ฮูหยิน น้ำเจ้าค่ะ”
ภายในม่านเตียง มือหยกงามคู่ขาวเนียนอ่อนนุ่มยื่นออกไป หลังจากรับน้ำมาก็ดื่มไปสองสามอึก จากนั้นค่อยยื่นแก้วออกไป เอ่ยถามเบาๆ ด้วยน้ำเสียงง่วงนอนและเกียจคร้าน “กี่ยามแล้ว?”
“เรียนฮูหยิน ยามจื่อเพิ่งผ่านไปเจ้าค่ะ” สาวใช้ตอบด้วยความเคารพ
“อืม ออกไปเถอะ!” นางโบกๆ มือให้สัญญาณสาวใช้ถอยออกไป ขณะกำลังจะหลับต่อก็ได้ยินเสียงลอยมาจากด้านนอก
“คารวะท่านผู้นำตระกูล” ทหารอารักขาสองคนที่เฝ้าเรือนคารวะด้วยความเคารพ
ผู้หญิงภายในห้องได้ยินก็ตกใจ รีบบอกว่า “นายท่านมาแล้วหรือ?” ระหว่างพูดยังลุกขึ้นไปต้อนรับ
หลังจากแอบในมุมมืดและเห็นนางดื่มน้ำลงไป เฟิ่งจิ่วมายังนอกห