แม่จะทาให้” นางมองลูกชายอย่างทุกข์ใจ ก่อนจะรับยาที่สาวใช่ยื่นมาให้จะไปทาให้เขา
“ข้าไม่ทา! ไม่ทา!” เขาผลักอย่างโมโห ทำให้ยาในมือฮูหยินรองตกไปแตกบนพื้น
ฮูหยินรองเห็นเช่นนี้ ใบหน้านุ่มนวลเผยความกังวลใจ ถามว่า “เช่นนั้นบอกแม่มาหน่อย ใครเป็นคนซ้อมเจ้า? คงไม่ใช่ว่าพี่ใหญ่ลากเจ้าไปซ้อมยังลานฝึกประลองจนกลายเป็นเช่นนี้กระมัง?”
“ไม่ใช่เขาขอรับ! เป็นเจ้าเด็กสองคน พวกเขาซ้อมข้า ซ้ำยังให้ข้าควักเงินชดใช้ให้โรงเตี๊ยม แค้นนี้ข้ากลืนไม่ลง แต่ท่านพ่อบอกว่ากำลังยุ่งเรื่องพี่ใหญ่ ไม่ให้ข้าไปก่อเรื่อง และไม่ออกหน้าให้ข้าด้วย” เขากล่าวอย่างเคียดแค้น ในดวงตาเต็มไปด้วยความไม่ยอม
แม้พ่อจะเอ็นดูเขา ก็เทียบพี่ใหญ่ไม่ได้ ตลอดมาเรื่องของเขาล้วนสำคัญไม่เท่าเรื่องของพี่ใหญ่ เพราะตนเองเป็นลูกเมียรอง เพราะแม่ของเขาไม่ใช่ฮูหยินใหญ่ตระกูลซ่ง
ฮูหยินรองได้ยินเช่นนี้ ดวงตาแวววาวเล็กน้อย เอ่ยเสียงเบาว่า “ในเมื่อพ่อเจ้าพูดเช่นนี้ เจ้าไม่ต้องไปคิดเรื่องนี้อีก จะได้ไม่ทำให้พ่อเจ้าไม่สบายใจ”
“วันๆ พี่ใหญ่ก่อเรื่องข้างนอก ไหนเลยท่านพ่อจะเคยว่าอะไรเขา? หากเปลี่ยนเป็นพี่ใหญ่โดนคนรังแก ท่านพ่อต้องออกหน้าช่วยเขาแน่” เขาเอ่ยอย่างไม่พอใจ กำหมัดแน่นเดินไป ในใจยิ่งคิดยิ่งยากจะปล่อยวาง
“เจ้าอย่าเอาแต่คิดเทียบพี่ใหญ่เจ้าเลย พี่ใหญ่เป็นสายเลือดโดยตรง พ่อเจ้าให้ความสำคัญต้องมีเหตุผล คำพูดเหล่านี้พูดที่นี่เป็นพอ อย่าไปพูดให้ใครได้ยินข้