รื่องอะไรเลย พร้อมเอ่ยถามอย่างสงสัยและตกตะลึง
“ฮือ… ต้วนเยี่ย ข้าโดนขายแล้ว”
เบ้าตาเขาแดงก่ำ มองไปยังเฟิ่งจิ่วที่เดินนวยนาดมา “เฟิ่งจิ่ว ข้าไม่ควรแอบหนีเลย คนพวกนี้ล้วนไม่ใช่คนดี พวกเขาไม่ให้ข้ากินข้าว ซ้ำยังให้ทำงานหนักๆ เจ้าดูมือข้าสิพุพองไปหมด”
เฟิ่งจิ่วมาหยุดฝีเท้าลงตรงหน้ากรงขัง มองเด็กหนุ่มที่ผอมแห้งอย่างเห็นได้ชัดในเวลาไม่กี่วันพลางยิ้มถาม “ทำไมไม่บอกพวกเขาว่าเจ้ามีเงิน ให้พวกเขาปล่อยเจ้าเสียเล่า?”
“ข้าบอกแล้ว พวกเขาไม่เชื่อ” เขากล่าวอย่างน้อยใจ
“เจ้ามีวรยุทธ์มั่นคงไว้ป้องกันตัวไม่ใช่หรือ? ทำไมไม่หนีไป?”
“หนีไม่ได้ วรยุทธ์ข้าถูกปิดผนึกไว้” เห็นชัดๆ ว่าเขากำลังยิ้ม แต่นัยน์ตากลับไม่มีรอยยิ้ม เห็นเฟิ่งจิ่วไม่บอกว่าจะช่วยเขาออกมา ในใจหวั่นกลัวในทันที
“เฟิ่งจิ่ว เจ้าจะช่วยข้าหรือเปล่า?”
“ตั้งแต่เจ้าหนีไป อันที่จริงข้ากับเจ้าก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกันแล้ว เจ้าอาจอาศัยฝีมือของตนเองหนีออกมาได้”
“ไม่เลย ขะ ข้าออกไปไม่ได้” เขาก้มหน้าเล็กน้อย ไม่กล้าสบตาเฟิ่งจิ่วสักเท่าไร “เจ้าช่วยข้าออกไปเถอะ! แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว ภายหน้าข้าจะไม่หวังพึ่งคนอื่นมาช่วยอีกแล้ว จะขยันฝึกบำเพ็ญ และพยายามแข็งแกร่งขึ้น”
“จะเชื่อฟังแล้วหรือ?” เธอเลิกคิ้วเอ่ยถาม
“อืม ฟัง จะเชื่อฟังแน่นอน” เขารีบพยักหน้า
“ไม่หนีแล้ว?” เธอถามอีก
“ไม่หนี เจ้าให้ข้าไปไหน ข้าจะไปที่นั่น” เขารับประกัน
เธอได้ยินเช่นนี้ก็ยกมุมปาก “รอไปเถ