ลี่ยนเป็นปกติคงสะบัดแส้ออกไปทันที
“โครก…”
ท้องร้องโครกครากขึ้นมา หนิงหลางมองชามในมือ ได้แต่หลับตาดื่มลงไป ดื่มลงไปชามหนึ่งก็รู้สึกเหมือนดื่มน้ำเปล่า เลียมุมปากและจ้องไปในถัง “ข้าต้องการอีก” แม้ไม่ค่อยอร่อยเท่าไร แต่อย่างไรเสียยังดีกว่าท้องหิว
“ต้องการอีก? เจ้าเห็นที่นี่เป็นอะไร? หมดแล้ว ไปทำงาน!” ชายร่างใหญ่แย่งชามจากในมือเขาไปวางด้านหลัง ก่อนจะผลักเขาไปข้างหน้า “ไปทำงานเร็วเข้า!”
หนิงหลางถลึงตา “น้ำข้าวต้มจืดจางเพียงนี้ไม่ปล่อยข้ากินให้พอเล่า?”
“ฮึ! อย่าได้คิดเชียว เจ้าไม่หิวตายเป็นพอ ยังคิดจะกินเยอะอีก? เห็นที่นี่เป็นบ้านเจ้าหรือไร?” ชายร่างใหญ่ผลักเขาไป แล้วสะบัดแส้ในมือไปยังข้างกายเขา “รีบไปเสีย!”
หนิงหลางกัดฟันกรอด ถลึงมองเขาอย่างเคียดแค้น แอบคิดว่า ‘เจ้ารอก่อนเถอะ รอข้าออกไปจากที่นี่ต้องจัดการเจ้าแน่!’
สถานที่หนึ่งไม่ไกลกัน เฟิ่งจิ่วกับต้วนเยี่ยมองอยู่ตรงนั้น สองคนที่เห็นภาพนั้นทั้งหมดสู่สายตาท่าทางต่างกันไป คนแรกขำขัน คนหลังประหลาดใจ
“เจ้าคิดจะปล่อยเขาไว้ที่นี่นานแค่ไหน?” ต้วนเยี่ยมองยังเฟิ่งจิ่วข้างกายพลางถาม
“รอเขาใกล้ทนไม่ไหว” เธอยกริมฝีปาก “ตอนนี้ดูท่าทางยังมีเรี่ยวแรง”
ต้วนเยี่ยได้ยินเช่นนี้ มุมปากก็กระตุก มองหนิงหลางที่โดนสั่งให้แบกก้อนหินเบื้องล่าง สวมเสื้อผ้าขาดๆ รองเท้าคู่โทรม เส้นผมลู่ลงยุ่งเหยิง ใบหน้าทั้งฟกช้ำทั้งปูดบวม
เจ้าหนูนี่สมควรโดน ใครใช้ให้เขาแค่เจอเฟิ่งจ