วหน้า” ผู้ดูแลเดินเข้ามา มองเขาอย่างเอาอกเอาใจ
“เจ้าคอยดูเด็กอ้วนนั่นให้มากๆ หน่อย เขาเป็นลูกชายของเพื่อนเก่าข้า”
ผู้ดูแลได้ยินคำพูดนี้ก็ตกใจ นึกถึงว่าก่อนหน้านี้ตนเองยังซ้อมเจ้าอ้วนไป ก็ปาดเหงื่อโดยทันที ถามว่า “ชะ เช่นนั้นต้องรับคุณชายน้อยออกมาหรือไม่ขอรับ?”
“ไม่ต้องหรอก ให้เขาอยู่ในนั้นไปเถอะ! อย่าให้เขารู้สึกว่าตนเองได้รับการดูแลอะไรเป็นพิเศษ ควรทำอย่างไรก็อย่างนั้น แต่จะเกิดปัญหาใหญ่อะไรไม่ได้ มิฉะนั้นจะไม่ปรานีเจ้า” เขากล่าวเสียงเข้ม คำพูดมีการกล่าวเตือนเล็กน้อย
“ขะ ขอรับ” ผู้ดูแลรีบขานรับ กระทั่งหลังจากเขาออกไป ถึงจะกลัวเสียจนทรุดนั่งบนพื้น
ทำไมวันนี้ถึงโชคร้ายเพียงนี้? ขวัญเสียไม่หยุดหย่อน หัวใจที่ตกใจปุบปับจวนจะรับไม่ไหวแล้ว ทั้งหมดต้องโทษสามคนนั้น ไม่นึกเลยว่าจะนำปัญหาเช่นนี้มาให้เขา
อีกด้านหนึ่ง เมื่อเฟิ่งจิ่วกลับถึงโรงเตี๊ยม ต้วนเยี่ยนั่งรออยู่ชั้นล่างแล้ว เห็นเฟิ่งจิ่วกลับมาก็ถามว่า “เจ้าอ้วนหนีไปจริงหรือ?”
“หนีไปแล้ว” เธอพยักหน้ายิ้มๆ มานั่งลงยังข้างโต๊ะ แล้วรินน้ำดื่ม
“เจ้าตามไปไม่ทันหรือ? เป็นไปไม่ได้กระมัง?” ด้วยกำลังฝีมือของเขา ยังตามหนิงหลางไปไม่ทัน?
“ตามทันสิ แต่ไม่พาเขากลับมา”
“ทำไมไม่พาเขากลับมา” เขาเอ่ยถามอย่างสงสัย
เฟิ่งจิ่วได้ยินเช่นนี้ มุมปากก็ยกขึ้น “เพราะเขาถูกขายไปแล้ว กำลังโดนขังในกรง!”
“อะไรนะ? ถูกขายไปแล้ว?”
เสียงเขาดังลั่น คนรอบข้างตกใจเสียจนมองมากั