าเป็นใครกันแน่?” ผู้ดูแลรู้แก่ใจว่าอีกฝ่ายไม่ธรรมดาก็ไม่กล้าเข้าปะทะ ได้แต่เอ่ยถามเสียงสั่นเครือ ผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังยังไม่น่ากลัว
แต่ผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังอายุสิบหกสิบเจ็ดกลับน่ากลัวยิ่งกว่า ต้องมีพรสวรรค์เช่นไรถึงจะฝึกบำเพ็ญถึงวรยุทธ์ระดับหลอมแก่นตั้งแต่อายุสิบหกสิบเจ็ดได้?
เฟิ่งจิ่วเหลือบมองเขาอย่างเฉื่อยชา น้ำเสียงที่เฉยชามีความเย็นเยียบ “เจ้าไม่มีสิทธิ์รู้”
หากเมื่อครู่ได้ยินคำพูดนี้ ผู้ดูแลต้องด่าทอแน่ๆ แต่ยามนี้เห็นเขาทำให้ผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานสองขาอ่อนแรงทรุกนั่งบนพื้นโดยไม่แม้แต่จะลงมือ ก็ไม่กล้าละเลยหรือไม่พอใจแล้ว
โลกก็เป็นเช่นนี้ เจ้าเปิดเผยพลังที่แข็งแกร่งจะได้รับความเคารพและนับถือจากคนอื่นๆ แน่นอน ส่วนคนอ่อนแอ ใครก็ไม่เห็นในสายตา
“คุณชายท่านนี้เชิญด้านใน ข้าจะไปเชิญหัวหน้าพวกเรามาขอรับ” ผู้ดูแลเช็ดๆ เหงื่อ พร้อมโค้งเอวนำทางไปข้างๆ พาเฟิ่งจิ่วเดินไปยังห้องประชุมด้านใน
………………………………………………….