าอยู่ไม่ใช่หรือ? คิดได้ค่อยมาบอกเขา เดาว่ายังมีประโยชน์กว่าคำขอโทษเสียอีก”
หนิงหลางได้ยินดังนี้ก็ขมวดคิ้วพยักหน้า “รู้แล้ว ข้าจะกลับไปคิดเสียหน่อย” กล่าวจบเดิมคิดจะหมุนตัวไป กลับเดินไปหน้าประตูเรือนที่ปิดสนิทแทน
“เฟิ่งจิ่ว ข้าขอโทษ เรื่องคืนนี้ข้าทำเกินไป ขอโทษด้วย เจ้าต้องให้อภัยข้าแน่”
สิ้นเสียง ยังไม่ได้ยินการเคลื่อนไหวด้านใน ดังนั้นเขาจึงหมุนตัวจากไป ครั้นกลับถึงภายในเรือนของตนเอง ก็คิดเรื่องที่จะไปเทือกเขาอเวจีหรือไม่อย่างละเอียด
เดิมทีที่เขารับปากจะให้คำตอบพรุ่งนี้เป็นเพียงการประวิงเวลา อยากให้เฟิ่งจิ่วอยู่ต่อสร้างข่าวอีกสักหน่อย ไม่นึกว่าสุดท้ายจะกลายเป็นเช่นนี้ ไม่ควรเลยจริงๆ ตอนนั้นคิดแต่จะให้คนส่งเทียบเชิญพวกนั้นไปด้วยราคาแสนเหรียญทอง กลับไม่เคยนึกถึงผลลัพธ์ตอนท้ายสุด
ต้วนเยี่ยมองหนิงหลางก้มหน้าเดินออกไป ผ่านไปสักพักก็เคาะประตูเรือนเฟิ่งจิ่ว พลางตะโกนว่า “เฟิ่งจิ่ว เจ้ายังไม่บอกข้าเลย เจ้าเป็นภูตหมอได้อย่างไร?”
ทว่าด้านในยังคงไม่มีเสียง เขาเห็นเช่นนี้จึงจะผลักประตู กลับพบว่าข้างในลงกลอนไว้ ต้องจำใจหยุดความคิดอย่างหมดหนทาง
“พรุ่งนี้ข้าต้องไปบ้านตระกูลเหอ เจ้าอย่ามารบกวนข้า รีบกลับไปพักผ่อนเสียเถอะ!” เสียงเฟิ่งจิ่วดังมาจากด้านใน และยังไม่เปิดประตู
“พรุ่งนี้ตอนไปบ้านตระกูลเหออย่าลืมเรียกข้าด้วย ข้าจะไปดูเสียหน่อย” เขากำชับแล้วถึงจะหันกายกลับไปห้องของตนเอง
คืนนี้ สำหรับบางคนเ