่ามกลางลูกสาวในตระกูลพวกเขามีคนไหนถึงวัยเหมาะสม ไม่ก็ผู้หญิงพวกนั้นที่เลี้ยงไว้รับใช้มีใครเหมาะสมบ้าง?
เฟิ่งจิ่วได้ยินต้วนเยี่ยเอ่ยเช่นนั้นออกมาอย่างไม่คาดคิดก็ถลึงมองเขา “อย่าพูดจาซี้ซั้ว” เจ้าหน้าอ่อนนี่ บอกว่าเธอชอบสาวงามเป็นที่สุดอะไรกัน? ตนเองเป็นหญิงจะชอบผู้หญิงไปทำไม? ยิ่งไปกว่านั้น เขามองจากตรงไหนว่าเธอชอบผู้หญิง?
ต้วนเยี่ยแค่นเสียงหยัน กล่าวว่า “ข้าพูดซี้ซั้วเสียที่ไหน? ระหว่างทางมานี้ ทุกครั้งที่เห็นว่ามีสาวงามสายตาเจ้าจะจ้องมองนางตลอด มองตั้งแต่ต้นทางไปสุดทาง ข้าไม่ได้พูดมั่วเสียหน่อย”
………………………………………………….
ตอนที่ 960 ไม่ต้องคืน
เธอได้ยินคำพูดนี้ มุมปากก็กระตุก “นั่นเป็นการชื่นชมอย่างบริสุทธิ์ใจ”
“สายตาที่ผู้ชายมองผู้หญิงจะไม่ชื่นชมอย่างบริสุทธิ์ใจ ล้วนเป็นการชื่นชมที่มีตัณหา” ต้วนเยี่ยแสดงออกว่า ‘ข้ารู้น่า’ และไม่เชื่อคำพูดของเฟิ่งจิ่วเลย
เฟิ่งจิ่วคร้านจะพูดมากความ มองไปยังสามีภรรยาแซ่เหอแล้วเอ่ยว่า “เช่นนี้แล้วกัน! พรุ่งนี้เช้าข้าจะไปดูที่จวนของท่านว่าอาการเป็นอย่างไร ต้องว่ากันตามอาการของโรค”
เดิมทีคิดว่าพรุ่งนี้รอได้คำตอบจากหนิงหลางแล้ว ไม่ว่าตกลงหรือไม่เธอล้วนต้องพาตัวไป แต่เจอคำร้องขอการรักษาเช่นนี้ เป็นอย่างฮูหยินเหอว่าหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ เห็นลูกชายตนเองกำลังทุกข์ทรมาน ความเจ็บปวดที่ตายไปได้ทุกเมื่อกลับไม่มีปัญญาช่วยเหลือ เทียบกับความต้องการชีวิตตนเองยังทำให้พวกเ