เมืองมองเฟิ่งจิ่วกับต้วนเยี่ย ยิ้มเอ่ยว่า “ทั้งสองท่านไม่ใช่คนท้องถิ่นเรา ด้วยเหตุนี้ สิ่งที่พวกเรานำมารับรองพวกท่านในวันนี้จึงเป็นวัตถุดิบท้องถิ่นทั้งสิ้น”
เขาชี้ปูจักรพรรดิสองตัวที่ใส่ไว้บนจานหนึ่งด้านหน้า “นี่คือปูจักรพรรดิที่มีเฉพาะในทะเลหิมะ หากินที่อื่นไม่ได้ แตกต่างจากที่อื่นๆ ปูจักรพรรดิในทะเลหิมะของพวกเราที่นี่จับได้ตลอดทั้งปี หนึ่งปีสี่ฤดูมันปูเหลืองงาม พูดได้ว่าอร่อยเป็นที่หนึ่งของที่นี่ ทั้งสองท่านเชิญลองชิม”
เฟิ่งจิ่วเห็นปูจักรพรรดิตั้งแต่ก่อนนี้แล้ว สิ่งนี้เห็นได้ไม่บ่อยนักในราชวงศ์เฟิ่งหวง ต่อให้มีก็ตัวไม่ใหญ่เท่านี้ สำหรับเธอที่ชื่นชอบอาหารรสเลิศ หลังจากเห็นปูจักรพรรดิที่น่าอร่อยเช่นนี้ก็อยากจะแกะกินเท่านั้น
“เช่นนั้นพวกเราไม่เกรงใจแล้ว” เธอกล่าวจบก็ไม่มองคนอื่น หยิบกรรไกรด้ามเล็กที่เตรียมไว้ข้างกายทุกคนมาตัดขาปูก่อน จากนั้นค่อยแกะเปลือกออก…
คนอื่นๆ เห็นขั้นตอนการกินปูที่ชำนาญของเฟิ่งจิ่ว ก็แอบแปลกใจอย่างอดไม่ได้ ปูจักรพรรดิมีแค่ที่นี่เท่านั้น หรือว่าเขาเคยกินที่อื่นมา? ดูจากวิธีการกินแล้ว ฝีมือไม่ตกเลยสักนิด
ทว่าหนุ่มน้อยชุดม่วงหน้าอ่อนข้างๆ กัน กลับจ้องปูจักรพรรดิตรงหน้าโดยไม่มีท่าทีจะลงมือ สุดท้ายก็ให้สาวใช้คนหนึ่งด้านหลังเข้ามาปรนนิบัติเขากินอาหาร
หลังจากเจ้าเมืองสั่งพ่อบ้านหยิบเหล้าวิญญาณซึ่งเป็นของสะสมล้ำค่ามา ก็สั่งเขาเติมให้ทุกคน กินอาหารไปพลางคุยเล่นไปพลาง