คำนวณเสียงดัง ยามนี้ เสียงข้ารับใช้ก็ดังมาจากนอกประตู
“คุณชาย มีสองคนมาด้านนอก หนึ่งในนั้นบอกว่าชื่อต้วนเยี่ย มาหาคุณชายขอรับ”
“ต้วนเยี่ย?” เด็กหนุ่มที่ก้มหน้าก้มตาคิดบัญชีชะงักเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นอย่างแปลกใจ “ทำไมเขาวิ่งแจ้นมาถึงที่นี่?”
“คุณชายต้องการพบหรือจะให้พวกเขากลับไปขอรับ?” ข้ารับใช้ด้านนอกเอ่ยถาม
“เชิญพวกเขาเข้าไปห้องโถงหน้า เดี๋ยวข้าเข้าไป”
“ขอรับ” ข้ารับใช้ขานรับ ก่อนจะออกไปรายงาน
ด้านนอก เฟิ่งจิ่วกับต้วนเยี่ยสองคนได้รับเชิญเข้าจวนเจ้าเมืองและพาไปยังห้องโถงหน้า คนนำทางเป็นชายชราผู้หนึ่ง ตามที่เขาแนะนำตนเองคือเป็นพ่อบ้านของตระกูลหนิง
“เหอะๆๆ คุณชายทั้งสองเชิญดื่มชาก่อน กินของว่างสักหน่อย ประเดี๋ยวคุณชายจะเข้ามาขอรับ” ชายชรากล่าวพลางหัวเราะร่า หลังจากสั่งคนยกน้ำชาและเตรียมของว่างมา ก็ถอยออกไปคอยด้านนอกห้องโถง
เฟิ่งจิ่วพินิจมองจวนตระกูลหนิง ส่งเสียงจิ๊จ๊ะอย่างอดไม่ได้ “เหลืองอร่ามแวววาวตั้งแต่ด้านในไปถึงด้านนอก มองอย่างไรก็มีแต่คำว่าหรูหรา ช่างเป็นคนร่ำรวยเสียจริง!”
ข้างในนี้เริ่มตั้งแต่เข้าประตูเมืองมา ไม่ว่าเป็นพื้นดินหรืออิฐบนกำแพงล้อมรอบ สิ่งก่อสร้างพวกศาลาพลับพลา แทบจะพูดได้ว่าส่องแสงสีทองอร่ามตาไปหมด และหรูหราเป็นที่สุด วังหลวงของราชวงศ์ยังเทียบกับที่นี่ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
………………………………………………….