มตีไปยังศัตรู
“อึก!”
ผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังคนนั้นไม่มีอาวุธในมือ ถูกกงจักรแปดดาราในมือต้วนเยี่ยฟันทำร้าย บนไหล่พลันมีเลือดไหล เขาสูดหายใจถอยฝีเท้าไปเล็กน้อย
ชายหนุ่มคนข้างๆ กลับไม่กล้าเข้าไป เพราะลึกๆ รู้ว่าตนเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของศัตรู พรวดพราดเข้าไปมีแต่จะเหมือนชายฉกรรจ์สิบกว่าคนนั้นที่โดนสังหาร และได้รับจุดจบเป็นความตาย
เขาสู้เจ้าเด็กหน้าอ่อนคนนั้นไม่ได้ แต่หนุ่มน้อยสวมชุดแดงเป็นเพียงระดับยอดปรมาจารย์พลังวิญญาณ เขาจัดการไหว
เช่นนี้เอง เขาเห็นหนุ่มน้อยมองการต่อสู้ของสองคนนั้นอยู่ตลอด จึงขยับแขนเสื้อเล็กน้อย เลื่อนกริชออกมาจากข้างในและพลิกมาถือไว้ ร่างพุ่งเข้าไปโดยฉับพลัน พร้อมยกกริชขึ้นแทงไปทางหนุ่มน้อยชุดแดง
“เจ้าหนู ช่างมองนักนะ!”
เป็นใคร เฟิ่งจิ่วไม่แม้แต่จะมอง ไม่ได้หลบหลีกหรือลงมือ เพราะเมื่ออสูรกลืนเมฆาที่ยืนข้างเท้าเห็นชายคนนั้นถือกริชพุ่งมา ก็คำรามเบาๆ และกระโจนเข้าไปแล้ว
ร่างเล็กๆ ราวกับลูกหนัง สัตว์เลี้ยงที่ดูเหมือนไม่มีพิษภัยและไร้แรงต่อสู้ ยามนี้กลับเผยกรงเล็บแหลมคม ขณะที่ร่างพุ่งไปกรงเล็บแหลมก็ข่วนบนข้อมือที่ถือกริชไว้
“ฟิ้ว!”
สิ่งที่ทำให้ประหลาดใจคือ เมื่อสัตว์เลี้ยงตัวเล็กเช่นนั้นพุ่งกระโจนเผยกรงเล็บข่วนลงไป ยังมีกลิ่นอายดุร้ายกระหายเลือด ความว่องไวถึงกับทำให้ชายระดับยอดปรมาจารย์พลังวิญญาณไม่ทันแม้แต่จะหลบเลี่ยง
“อั่ก อ๊าก! มือข้า…”
กริชหล่นลงพื้นเสียงดัง เลือดไห