ูอยู่หน้าห้องเธอ
“คุณชายๆ คุณชายเปิดประตูเร็วเข้า เกิดเรื่องแล้วๆ”
เฟิ่งจิ่วฟังความกระวนกระวายในคำพูดเขาออก จึงลุกขึ้นมาอย่างจนใจ หลังจากล้างหน้าแปรงฟันอย่างลวกๆ ก็สวมเสื้อนอกและไปเปิดประตูห้อง น้ำเสียงมีความไม่พอใจอยู่บางส่วน “เกิดเรื่องอะไรแต่เช้า?”
เจ้าของโรงเตี๊ยมเห็นประตูห้องเปิด ก็รีบเร่งบอกว่า “คุณชาย คุณชายท่านนั้นที่ตามท่านมาด้วยกันทะเลาะกับคนอยู่ข้างนอกขอรับ”
“ทะเลาะ?” เฟิ่งจิ่วตกใจไปพักหนึ่ง จากนั้นค่อยกล่าวอย่างไม่สนใจ “ทะเลาะก็ทะเลาะไปสิ มีอะไรสำคัญหรือไร?” พละกำลังของต้วนเยี่ยนั่นไม่แน่ว่าคงสู้ชนะ
ด้วยเหตุนี้เมื่อเฟิ่งจิ่วจะปิดประตูห้อง เจ้าของโรงเตี๊ยมกลับขวางไว้ “ไม่นะขอรับ! คนที่เขาวิวาทด้วยเป็นจอมอันธพาลในเมือง จอมอันธพาลคนนั้นมีภูมิหลังอยู่บ้าง เกรงว่าคุณชายท่านนั้นจะ…”
เธอขมวดคิ้ว “มีภูมิหลังอะไร? ซัดแล้วก็ซัดไป ไม่สู้กันตายเป็นพอ จะมีเรื่องใหญ่อะไร?”
เจ้าของโรงเตี๊ยมได้ยินคำพูดนี้ก็นิ่งไป พูดอะไรไม่ออกในทันที ไม่สู้กันตายเป็นพอ? คนที่พูดถึงเป็นคุณชายท่านนั้นหรือจอมอันธพาล?
“ช่างเถอะ สั่งคนยกอาหารเช้ามาให้ข้าหน่อย อย่างดีที่สุดก็เอาข้าวต้มอีก” เธอสาวก้าวเดินออกไป ข้างเท้ามีอสูรกลืนเมฆาตามไปด้วย
“คุณชายจะไม่ไปดูสหายท่านนั้นหน่อยหรือขอรับ” เจ้าของโรงเตี๊ยมถามอย่างอึ้งๆ
“เจ้าไม่ได้ยินที่ข้าบอกหรือ?” ฝีเท้าเธอชะงักเล็กน้อย หันกลับไปชายตามองเจ้าของโรงเตี๊ยม
แค่แวบเดี