้วยสีหน้าไม่เข้าใจ
“รอออกจากแคว้นฉลองชัยแล้วค่อยขี่ มิเช่นนั้นจะเตะตาเกินไป รีบเก็บไว้แล้วไปกัน” เธอให้สัญญาณพลางหันกลับไปมอง มาที่ชายขอบเขตอาคม จากนั้นสองมือรวบรวมกลิ่นอายพลังวิญญาณมาไว้บนปลายนิ้ว แล้วชี้นิ้วไปพร้อมตะโกนเสียงดังชัดเจน
“ทำลาย!”
สิ้นเสียงตะโกนดังชัดนั้น กลิ่นอายพลังวิญญาณบนปลายนิ้วเธอก็พุ่งไปข้างหน้า ราวกับโยนหินก้อนใหญ่ลงในผิวน้ำทะเลสาบที่สงบนิ่ง จุดที่เหมือนโปร่งแสงพลันมีระลอกคลื่นพลังวิญญาณหลายวงกระเพื่อมออกไป
ต้วนเยี่ยกำลังเก็บสัตว์ในพันธสัญญาเข้าห้วงมิติสัตว์วิญญาณ เห็นเขตอาคมเหมือนประตูเล็กๆ เปิดให้พวกเขาอยู่ตรงหน้าก็ตะลึงงัน เช่นนี้ก็ได้ด้วยหรือ?
“ไปเถอะ!”
เฟิ่งจิ่วลากเขากระโจนออกไป กลืนเมฆาตัวน้อยรีบโดดตามหลังทั้งสองคนไปพร้อมกัน หลังจากพวกเขากระโจนออกไป จุดนั้นค่อยๆ กลับสู่สภาพเดิมอีกครั้ง
“อึก! ทำไมข้าไม่รู้ว่าทำลายเขตอาคมเช่นนี้ได้ด้วย? ออกมาแบบนี้ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะไม่รู้หรือ?”
เขาหันมามองด้วยสีหน้าประหลาดใจ ก็ถูกเฟิ่งจิ่วลากพากระโดดขึ้นขนนก แม้แต่อสูรกลืนเมฆาตัวน้อยยังขึ้นมาด้วยกัน แล้วมุ่งไปยังสถานที่ห่างไกลด้วยความรวดเร็ว…
หนึ่งวันผ่านไป ในเมืองหนึ่งของแคว้นฉลองชัย
ภายในโรงเตี๊ยม เฟิ่งจิ่วกำลังพักผ่อนบนเตียง ได้ยินแว่วๆ ว่าชั้นล่างคล้ายจะมีเสียงวิวาทอะไรกัน จึงดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมศีรษะ ทว่าผ่านไปไม่นานนัก เจ้าของโรงเตี๊ยมก็ขึ้นมาชั้นบนอย่างลนลาน มาทุบประต