้ำค่า แต่ก็อันตรายทุกแห่งเช่นกัน หนำซ้ำบางคนจากแปดจักรวรรดิยังไปฝึกวิชาที่นั่น”
เขากล่าวจบก็จ้องเฟิ่งจิ่ว ใบหน้าเด็กน้อยเต็มไปด้วยความหนักใจ ถามว่า “จู่ๆ เจ้าพูดถึงเรื่องนี้ทำไม? อย่าบอกนะว่าเจ้าว่างเลยคิดจะไปเดินเล่นที่นั่น”
“จริงๆ เจ้าพูดถูกแล้ว ข้าอยากไปเดินเล่นที่นั่น ฝึกฝนวิชาสักรอบ ข้าจึงอยากหาสักสองสามคนรวมกลุ่มไปด้วยกัน เจ้ากล้าไปด้วยหรือไม่?” เธอเลิกคิ้วมองเขา
ได้ยินเช่นนี้ เขาถลึงตาจ้องมองเฟิ่งจิ่ว ร้องเสียงหลงว่า “เจ้าอยากตายหรือไร? สถานที่นั้นผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังเข้าไปก็ไม่เคยได้ยินว่ามีคนรอดออกมา คนทางแถบพวกเรายังมีน้อยคนนักที่กล้าเข้าไป”
“คนอื่นไม่กล้า ไม่ได้หมายความว่าข้าจะไม่กล้า! ข้าถามว่าเจ้ากล้าไปด้วยกันหรือไม่?”
เธอจับจ้องเขา ไม่คิดจะบอกว่าตนเองเป็นอาจารย์ของสำนักศึกษาสองดารา เพียงวางแผนจะพาตัวคนไปทันที แล้วแวะไปฝึกวิชาที่นั่นเสียเลย เชื่อว่ายามออกมาแม้พละกำลังไม่ก้าวหน้า ฝีมือกับความสามารถในการรับมือสถานการณ์ก็พัฒนาได้ ครบเวลาหนึ่งปีผ่านไปค่อยพากลับไปเป็นพอ
ต้วนเยี่ยคิดๆ ดู ใบหน้าเด็กน้อยน่ารักยามนี้ยู่จนกลายเป็นก้อน ผ่านไปเนิ่นนานถึงถามว่า “แค่พวกเราสองคนหรือ?”
เฟิ่งจิ่วได้ยินคำพูดนี้ก็ยิ้มๆ มองเขาอย่างมีเลศนัย “แน่นอนว่าไม่ ยังขาดอีกสามคน”
………………………………………………….