เฟิ่งจิ่วยังยิ้มราวกับจิ้งจอก ก็อดตะลึงไม่ได้ ร้องเสียงหลงว่า “เจ้าเป็นผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังจริงๆ หรือ? เป็นไปได้อย่างไร?”
“ไม่หรอกๆ” เธอหยีตายิ้ม “เจ้าจะมองข้าเป็นยอดปรมาจารย์พลังวิญญาณขั้นสูงสุดก็ได้ ระดับหลอมแก่นพลังนี้ข้าเพิ่งบรรลุขั้นมาไม่กี่วัน”
ต้วนเยี่ยมองสีหน้าท่าทางภาคภูมิใจยิ่งของเฟิ่งจิ่ว มุมปากกระตุกเล็กน้อย ถามว่า “เจ้ามาจากแคว้นระดับเจ็ดจริงหรือ? กำลังวรยุทธ์ของคนแคว้นระดับเจ็ดผิดเพี้ยนถึงเพียงนี้แล้ว?”
เขาอยู่แคว้นระดับสองมาถึงช่วงอายุเท่านี้ พลังก็ไม่เป็นสองรองใครแล้ว แต่หมอนี่พิลึกกว่า ดูท่าทางโตกว่าเขาหนึ่งถึงสองปี นึกไม่ถึงว่าจะหลอมแก่นพลังทองแล้ว?
เขาใช้ศอกกระทุ้งเด็กหนุ่มข้างกาย “พวกเราคุยกันมาตั้งนานเพียงนี้ เจ้ายังไม่บอกชื่อข้าอีกหรือ”
“เฟิ่งจิ่ว” เธอเผยรอยยิ้มพลางตอบ
“เฟิ่งจิ่ว? เจ้าเป็นคนที่เก้าหรือ?”
เธอได้ยินเช่นนี้ มุมปากก็กระตุก “ใครกำหนดว่าชื่อเฟิ่งจิ่วต้องเป็นคนที่เก้าเล่า ชื่อข้านามว่าเฟิ่งจิ่ว”
“ไม่เพราะเท่าไร” เขาเบ้ปากว่า
เธอมองเขาอย่างหมดคำจะพูด ก่อนตบๆ ชุดคลุมที่เปรอะขี้เถ้าพลางลุกขึ้นยืนโดยไม่ปริกปากอีก
“เจ้าจะไปแล้วหรือ?” ต้วนเยี่ยเห็นเช่นนั้นก็รีบถาม
เฟิ่งจิ่วชายตามองเขา ถามว่า “เจ้ารู้จักเทือกเขาอเวจีไหม?”
“เทือกเขาอเวจี? เคยได้ยินแต่ไม่เคยไป เล่ากันว่าเทือกเขาอเวจีของพวกเราที่นี่เชื่อมต่อกับป่าแดนนรกในแปดจักรวรรดิใหญ่ ทุกที่ล้วนมีสิ่งล