ป็นพวกเด็กที่รังแกคนอ่อนแอและกลัวคนแกร่งกว่าทั้งนั้น หากไม่ยอมก็จัดการกันตรงๆ จนยอมยังได้ ง่ายมากใช่ไหม?” เขากินน่องไก่เสร็จ ก็ฉีกปีกไก่ชิ้นหนึ่งมากัดต่อ
ครั้นได้ยินเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วก็จ้องเขาเหมือนยิ้มเหมือนไม่ยิ้ม เก็บประกายในดวงตาไปก่อนถามว่า “จริงสิ ข้ายังไม่ได้ถามเลย เจ้ากำลังทำอะไรในป่านี้?”
“ข้ากำลังเล่นผีซ่อนหา” หนุ่มน้อยบอกแล้วมองยังเฟิ่งจิ่ว “เจ้าจะเล่นด้วยกันหรือไม่ ข้าเป็นผี ในป่านี้มีนักโทษประหารสิบคน ข้าปล่อยพวกเขาไปแล้ว ขอแค่พวกเขาหลบข้าไปได้ก็มีโอกาสรอดชีวิต มิเช่นนั้น…ฮี่ๆ”
ยามเห็นความป่าเถื่อนที่วาววับในดวงตาของหนุ่มน้อย เฟิ่งจิ่วเลิกคิ้วขึ้น ใบหน้าเด็กน้อยนี้เป็นจริงเช่นในเอกสารข้อมูลบอกไว้ แต่ไม่ใช่เด็กหนุ่มบริสุทธิ์ไร้พิษสง
ทว่าในหมู่ผู้เกิดในราชวงศ์ หากใสซื่อเกินไปจริงๆ ได้ตายไปกี่รอบแล้วก็ไม่รู้
“เล่นผีซ่อนหากับคนไหนเลยจะรู้สึกตื่นเต้น? จะเล่นก็เล่นของจริงเลยสิ เจ้ากล้ารึเปล่า?” เธอถามด้วยคำพูดยั่วยุอารมณ์
“เล่นของจริง?” เด็กหนุ่มตกใจ ถามว่า “มีผีจริงๆ เสียที่ไหนกัน?”
………………………………………………….