เห็น กระแอมเบาๆ แล้วเชิดคางขึ้น “เอาเถอะ! ในเมื่อเจ้าเชิญให้ข้ากิน ข้าจะชิมเสียหน่อยแล้วกัน!”
เขาเอ่ยพลางรับมากัดอย่างไม่เหลือภาพพจน์ เนื้อไก่หอมนุ่มเข้าปากไป ดวงตาเขาเป็นประกายทันควัน “อร่อย!”
“ใช่สิ ข้าทำเองจะไม่อร่อยได้หรือ” เฟิ่งจิ่วคว้าสุราออกมาไหหนึ่ง “ดื่มไหม?”
“ดื่มสิ!” ดังนั้นจึงมานั่งลงข้างกายเฟิ่งจิ่ว กินเนื้อไก่ ดื่มสุรา และคุยเล่นไปพลางๆ
“ที่นี่วางเขตอาคมไว้ เจ้าเข้ามาได้อย่างไร?”
“ตอนพวกเจ้ายังไม่วางเขตอาคมข้าก็อยู่ที่นี่แล้ว”
“เช่นนั้นเจ้าก็โชคดีมาเจอข้า มิเช่นนั้นคงออกไปไม่ได้”
“เหอะๆๆ…” เฟิ่งจิ่วหัวเราะเบาๆ ไม่ได้พูดอะไร
“เจ้าเป็นคนที่ไหน? ไม่ใช่คนเมืองหลวงแคว้นฉลองชัยเราหรือ?”
“ไม่ใช่ ข้ามากจากแคว้นระดับเจ็ด”
“หา? แคว้นระดับเจ็ด? นั่นเป็นแคว้นที่อำนาจและกำลังน้อยนัก แต่ห่างจากที่นี่ไปไกล คนแคว้นระดับเจ็ดวิ่งมาถึงที่นี่ได้อย่างไร?”
“ข้ามาตามหาคน”
เด็กหนุ่มได้ยินเขาบอกว่ามาตามหาคน ก็ถามว่า “ตามหาคน? หาเจอหรือยัง ต้องให้ข้าช่วยเจ้าหรือไม่”
เฟิ่งจิ่วเหลือบมองเขา ยิ้มเอ่ยอย่างมีเลศนัย “หาเจอแล้ว เพียงแต่ยังคิดไม่ออกว่าจะกำราบอย่างไร”
“เรื่องนี้ง่ายๆ” เขายกกำปั้นขึ้นมา “เห็นหรือไม่ หมัด หมัดจัดการงานใหญ่ได้ คิดจะกำราบเด็กน้อย ขอแค่กำหมัดจัดการไปตรงๆ เป็นพอแล้ว”
“โอ้? ใช้หมัดแก้ปัญหาหรือ แบบนี้ไม่ค่อยจะได้กระมัง?” เธอลูบๆ คาง กำลังพิจารณาคำแนะนำของเขา
“ทำไมจะไม่ได้ ล้วนเ